"สมิทธ" ปัดข่าวโบกมือลาจากกรรมการจัดการน้ำ ระบุไม่เคยพูดจะลาออก ยันเดินหน้าทำงานต่อเพื่อชาติ โบ้ยไม่รู้ "ปราโมทย์-สุเมธ" เตรียมไขก๊อก "ปู" อ้อนนักวิชาการเข้าใจรัฐบาลทำงาน "ยงยุทธ" ย้ำ กยน.มีเอกภาพ "กิจจา" ซัดพวกปากกว้าง ชอบพูดลับหลังวงประชุม
เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเดินทางกลับจากการประชุมที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถึงกรณีมีข่าวนายสมิทธ ธรรมสโรช กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และนักวิชาการบางส่วนอาจถอนตัวออกจาก กยน. ว่า แผนบริหารจัดการน้ำถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องช่วยกัน อยากจะขอเชิญชวนและขอร้องทุกฝ่ายมีความอดทนด้วยกัน เพราะวิกฤติครั้งนี้เป็นมหาวิกฤติที่ทุกคนเจอพร้อมๆ กัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขณะนี้หลายๆ ฝ่ายกำลังปรับทิศทางการทำงาน ทั้งจากนักวิชาการและแนวทางปฏิบัติ ซึ่งต้องใช้เวลา และแน่นอนเราจะไม่ปล่อยเวลาสูญเสียไป และต้องเร่งทำให้ทันกับเวลา เลยอยากขอความร่วมมือช่วยกัน
"จริงๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีการพูดคุยกันมากกว่า ท่านก็อาจจะเป็นห่วง คิดว่าทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ให้พร้อม เห็นใจกรรมการและประธานอนุกรรมการด้วย ทุกท่านก็ทำงาน ก็อยากขอให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อเราจะได้ฟันฝ่าวิกฤตินี้และฟื้นฟูประเทศโดยเร็ว" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า แผนบริหารจัดการน้ำเป็นแผนใหญ่ของประเทศ ต้องค่อยๆ ออกไป ซึ่งได้มีการสั่งการแล้ว และกำลังทำงานอยู่ ขณะเดียวกันก็มีการปล่อยน้ำไป ยังไงก็ต้องกลับเข้ามาแผน กยน.อยู่แล้ว เพราะทุกอย่างมีแผน บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่ไม่ทันใจ ก็มีความเข้าใจและเห็นใจทั้ง 2 ฝ่าย ทางคณะกรรมการเองก็เป็นห่วง เพราะภารกิจต่างๆ ก็ถือว่าเป็นภารกิจที่หนักหนามากสำหรับประเทศ และสำหรับคณะกรรมการที่ต้องเร่งติดตาม แต่ขณะเดียวกันคนทำงานก็คงต้องเร่งมือด้วย โดยช่วงฤดูฝนหน้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและป้องกันให้ดี
เมื่อถามว่า จะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร ในเมื่อตัวคณะกรรมการฯ เองยังออกมาพูดว่ารัฐบาลจ้องแต่หาเงิน แต่แผนยังไม่พร้อม นายกฯ กล่าวว่า จริงๆ แล้วพูดกันวันนี้อาจจะยังไม่เห็นแผน ซึ่งแผนเราไม่สามารถชี้แจงลงไปในรายละเอียดทุกอย่าง ขอให้มาดูได้กับคนทำงานจะรู้หมด และจะค่อยๆ เร่งออกมาให้เห็น
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายสมิทธไม่พอใจการบริหารจัดการน้ำว่า ปัญหาการบริหารจัดการน้ำกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งจะเป็นไปได้อย่างไรว่าไม่มีแผนการดำเนินงาน อีกทั้งส่วนตัวก็ยังไม่ได้คุยกับนายสมิทธ ฉะนั้นฝากสื่อไปบอกนายสมิทธด้วย
"ขอยืนยันการบริหารจัดการน้ำมีความเป็นเอกภาพ และอย่าไปหวังว่าคิดจะทำอะไรขึ้นทุกคนต้องเห็นด้วย ทุกคนมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันไม่น่าเบื่อหน่ายหรือสังคมแบบนี้ หรือคณะกรรมการฯ แบบนี้ ซึ่งก็ต้องมีความเห็นที่หลากหลายเป็นธรรมดาของสังคม" นายยงยุทธกล่าว
ซักว่า ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ยังดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาให้กับ กยน.หรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า นายสุเมธยังไม่ได้ลาออก และช่วงที่เดินทางไปดอยตุงก่อนที่จะมีการประชุม ครม.สัญจร ก็ได้มีการหารือพูดคุยสารพัดเรื่อง รวมทั้งเรื่องแผนงาน กยน.ด้วย ซึ่ง ดร.สุเมธ ก็ยินดีและร่วมทำงาน เพราะไม่ใช่งานส่วนตัวแต่เป็นงานส่วนรวม
นายกิจจา ผลภาษี กรรมการ กยน. และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การประชุมของ กยน.ทุกครั้ง ในที่ประชุมไม่มีการถกเถียง หรือโต้แย้งการทำงานกันเลย พอมีข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามา ทางคณะอนุกรรมการฯ ก็รับฟัง และก็ไปรวบรวมเป็นข้อมูล แต่กลับพบว่าภายหลังประชุมได้มีบางคนไปทำปากกว้าง ทำตัวประชดประชัน โดยพูดจาลับหลังว่าจะลาออกบ้าง ซึ่งตรงนี้ผมไม่เข้าใจว่าทำไมไม่พูดกันในที่ประชุม บุคคลใดมีอะไรก็เสนอเข้ามา จะได้เกิดข้อถกเถียงหารือร่วมกัน
“เราไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่เราต้องทำงานกันเป็นทีม ถ้าคิดว่าตนเองเป็นคนเก่งก็ให้มาช่วยกัน ไม่ใช่ออกมาพูดลับหลังการประชุมแบบนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้เข้าประชุม สุดท้ายก็เป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” นายกิจจากล่าว
นายกิจจากล่าวว่า แม้จะมีบุคคลใดลาออกจากชุด กยน. ก็ไม่มีผลต่อการทำงาน เพราะบางแผนก็ได้มีการวางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขัดแย้งกันในช่วงนี้ เพราะเวลาไม่คอยท่า และปัญหาเรื่องน้ำก็กำลังกลับมาอีกครั้ง ฉะนั้น กยน.ต้องเห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม นายสมิทธออกมายืนยันว่า ไม่เคยพูดจะลาออกจาก กยน. เพราะจะลาออกไปทำไม มีเหตุผลอะไรที่จะไปลาออก โดยจะทำงานของตนต่อไป และจะขอทำงานให้ดีที่สุด เพราะภารกิจที่ได้รับนั้นเกี่ยวข้องกับประเทศชาติ หากยังมัวแต่ทะเลาะกัน อะไรเกิดขึ้นจะไม่ดีต่อประเทศชาติ
"ในส่วนของผมไม่อยากจะเกี่ยวข้องหรือไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เพราะคิดว่าต่างคนต่างทำงานของตัวเองน่าจะดีกว่า" นายสมิทธกล่าว
ถามถึงข่าวนายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการ กยน. และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา กรรมการ กยน. เตรียมที่จะลาออกด้วยนั้น นายสมิทธกล่าวว่า ไม่ทราบขอให้ไปสอบถามกับทั้ง 2 คนเองจะดีกว่า
ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว (กลุ่มกรีน) แถลงถึงผลการติดตามตรวจสอบการทำงานของ กยน. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการ รวมถึงฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศว่า ตลอด 3 เดือนที่มีการติดตามการทำงาน ยังมีข้อที่เป็นห่วงและอยากเสนอแนะในหลายๆ ประเด็น
นายสุริยะใสกล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือแม้รัฐบาลจะมอบหมายให้ กยอ.และ กยน. มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการ แต่การเยียวยาผู้เดือดร้อนยังเต็มไปด้วยเงื่อนไขมากมาย จนเกิดความล่าช้า เช่น เงินช่วยเหลือน้ำท่วม ครอบครัวละ 5,000 บาท
เขากล่าวว่า กลุ่มกรีนอยากเสนอให้ กยอ. และ กยน. นำแผนแม่บทโดยเฉพาะแผนระยะกลางและระยะยาวในแต่ละส่วน ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนภาคส่วนต่างๆ และควรสร้างกลไกการสื่อสารกับสังคมที่มีประ
สิทธิภาพ การจัดสรรวงเงินต้องสร้างหลักประกันถึงความโปร่งใส และป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น และควรให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นเจ้าภาพจัดเวทีสมัชชาผู้ประสบอุทกภัยเพื่อรับฟังความจากผู้เดือดร้อน
ส่วนผลการประชุมเวิลด์อีโคโอมิกฟอรั่มที่เมืองดาวอส นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การเดินทางไปดาวอสครั้งนี้ถือว่าเราประสบความสำเร็จ และได้รับความมั่นใจจากนานาประเทศ เพราะหลังจากที่เราฟื้นฟูจากอุทกภัย หลายประเทศให้ความมั่นใจ และพบกับกลุ่มคนที่อยากลงทุนเพิ่ม
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านโจมตีว่าการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไม่ได้โชว์วิชั่น แต่ไปโชว์แฟชั่น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า คงต้องขออนุญาตว่าผู้ที่ไปฟังต้องให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง เมื่อไปถึงก็ติดภารกิจที่อินเดีย 2 วัน จากนั้นก็เดินทางร่วมประชุมทันที
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวว่า ในการร่วมประชุมครั้งนี้ไทยได้ชี้แจงเรื่องแผนในการบริหารจัดการระบบน้ำ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำจากหลายประเทศได้เป็นอย่างดี