เลขาฯ ชาวไร่มันสำปะหลังอีสาน เผยเหตุโครงการรับจำนำผลผลิตมันสำปะหลังเริ่มช้า เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกว่าครึ่งสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วม ต้องเผชิญกับราคามันสำปะหลังตกต่ำ...
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายธีรชาติ เสยกระโทก เลขาธิการสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมเปิดรับจำนำมันสำปะหลังฤดูกาลผลิตที่ 2554/2555 เพื่อเริ่มโครงการรับจำนำผลผลิตมันสำปะหลังได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป ว่า ความจริงแล้วในเรื่องของการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแทรกแซงราคามันสำปะหลังไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการรับจำนำรวมถึงการประกันราคาก็ดี ทางสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังได้เรียกร้องให้ทางรัฐบาลออกมากำหนดมาตรการ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าทางรัฐบาลเพิ่งจะมาเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในเดือน ก.พ. 2555 นี้ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกว่าครึ่งต้องสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ และต้องเผชิญกับราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำในห้วงที่ผ่านมา เนื่องจากเกษตรกรจำเป็นที่จะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตออกมาจำหน่าย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ผลผลิตอาจจะเสียหายได้ เฉพาะในส่วนของจังหวัดนครราชสีมานั้นมีพื้นที่การเพาะปลูกมันสำปะหลังประมาณ 1.8 ล้านไร่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งหมดประมาณปีละ 8 ล้านตัว ทำให้มีผลผลิตของเกษตรกรที่สูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการมากถึง 4 ล้านตันไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลได้ตัดสินใจเข้ามาแทรกแซงราคามันสำปะหลังให้กระเตื้องขึ้นในช่วงนี้ ด้วยการประกาศรับจำนำมันสำปะหลังในราคา 2.70 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งจะทำให้เกษตรกรบางส่วนที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ และยังทำให้ราคามันสำปะหลังภายในตลาดทั่วไปสูงขึ้น จากเดิมที่จะอยู่เพียงกิโลกรัมละประมาณ 2.00 - 2.30 บาท ขยับขึ้นเป็น 2.70 บาท เท่ากับราคารับจำนำ
นายธีรชาติ กล่าวว่า ตนมองว่าการเข้ามาแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในครั้งนี้ช้าเกินไป โดยเฉพาะในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างเช่นที่จังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถเริ่มโครงการรับจำนำได้ทันตามเวลาที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เนื่องจากขณะนี้เท่าที่ได้ตรวจสอบไปยังทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัด, การค้าภายในจังหวัด ปรากฏว่าการรับสมัครโรงแป้งลานมันเพิ่มเข้าร่วมโครงการยังไม่ได้เริ่มดำเนิน การแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ขั้นตอนการเริ่มโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง หลังจากเปิดรับสมัครโรงแป้ง และลานมันที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ทางคณะกรรมการจะต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และความพร้อมของสถานที่ ที่จะเปิดรับจำนำอีกระยะเวลาหนึ่ง และต้องรอผลการตรวจสอบก่อนที่จะเริ่มเปิดรับจำนำซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่าโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของจังหวัดนครราชสีมา จึงไม่น่าที่จะเริ่มได้ทันตามเวลาที่กำหนด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่เหลืออยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมาสูญเสียโอกาสอีกจำนวนมาก เพราะฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังก็จะสิ้นสุดประมาณปลายเดือนมีนาคม 2555 นี้แล้ว รวมถึงก่อนหน้านี้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วเป็นจำนวนมาก หากเริ่มโครงการทางสำนักงานเกษตรก็จะต้องมีการตรวจสอบการออกใบรับรองให้กับเกษตรกรอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการออกใบรับรองให้กับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจจะเป็นช่องว่างให้มีการนำมันสำปะหลังจากแหล่งอื่นเข้ามาสวมสิทธิ์เกษตรกรได้ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้รับผลประโยชน์มากที่สุด
"ปัจจุบันในประเทศไทย มันสำปะหลังถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศ สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากถึงปีละกว่า 3 - 4 แสนล้านบาท ทั้งประเทศมีพื้นที่การเพาะปลูกประมาณ 7.5 ล้านไร่ มีผลผลิตประมาณ 25 ล้านตัน ในส่วนของภาคอีสานมีพื้นที่การเพาะปลูกสูงถึงประมาณ 4 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณปีละ 15 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดของประเทศ คิดเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด รวมประมาณ 1.8 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 8 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ดังนั้นรัฐบาลควรที่จะเล็งเห็นผลประโยชน์ของเกษตรกรกลุ่มสำคัญกลุ่มนี้อย่างจริงจัง และมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากหากเกษตรกรกลุ่มนี้ได้ราคามันสำปะหลังดีก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้น การจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจของประเทศกระเตื้องขึ้น เพราะเมื่อเกษตรกรกลุ่มนี้มีรายได้มากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยก็จะเพิ่มขึ้นทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีเงินสะพัดมากขึ้น แต่หากราคามันสำปะหลังตกต่ำเกษตรกรขาดทุนการจับจ่ายใช้สอยเพื่อให้มีเงินสู่ระบบของประเทศก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย" นายธีรชาติ กล่าว

