ทุนไทย-ทุนนอก เปิดศึกชิงส่วนแบ่ง ตลาดค้าปลีกแสนล้านจาก "คาร์ฟูร์" กันอย่างดุเดือด "เจ้าสัวเจริญ" ส่งทีมที่ปรึกษาการเงินและการเจรจาจาก "โกลด์แมน แซคส์" ต่อรองตรง ขณะที่ ปตท.และสหพัฒน์ สนใจโดดร่วมวงด้วย หวังดึงธุรกิจค้าปลีกในมือต่างชาติกลับคืน...
หลังจากห้าง ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต คาร์ฟูร์ ประกาศขายกิจการในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์พร้อมกัน เพื่อย้ายฐานลงทุนไปในจีนและอินโดนีเซีย ซึ่งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงกว่า และแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินประกาศเชิญชวนผู้สนใจประมูลซื้อกิจการ ปรากฏว่ามีผู้แสดงเจตจำนงเข้าร่วมประมูลหลายราย โดยรายแรกที่นักวิเคราะห์ประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะประมูลซื้อห้าง คาร์ฟูร์ไปได้ก็คือกลุ่มของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งถือหุ้นใหญ่ โดยยักษ์ค้าปลีกที่ชื่อคาสิโน สัญชาติฝรั่งเศส เช่นเดียวกับคาร์ฟูร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บิ๊กซีเป็นกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์น-เทรด) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดในไทยเป็นอันดับ 3 ความต้องการฮุบกิจการของคาร์ฟูร์ก็เพื่อต่อยอดธุรกิจ เพิ่มความแข็งแกร่ง และขยายสาขาเพื่อแข่งขันกับห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งครองส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกของประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ให้ได้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่ามีความพยายามจะเจรจาซื้อขายห้างคาร์ฟูร์ในไทยมา ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถตกลงราคากันได้ เนื่องจากในทางเทคนิค การประเมินราคาซื้อขายไม่ควรต่ำกว่า 50% ของยอดขายเฉพาะในประเทศไทย คาร์ฟูร์ ซึ่งมียอดขายประมาณ 27,000 ล้านบาท และสาขาอีก 44 แห่งทั่วประเทศ อาจขายได้ในมูลค่าไม่ต่ำกว่า 13,500 ล้าน บาท แต่เนื่องจากมีการผนวกคาร์ฟูร์ในสิงคโปร์และมาเลเซียเข้าไปด้วย ในขณะที่มีความต้องการซื้อสูง อาจทำให้มีการโก่งราคาขายขึ้นถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 31,500 ล้านบาท (31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ) ได้
ส่วนห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งแม้จะยังมีคนจากบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไปนั่งเป็นประธานอยู่ แต่เจ้าสัวธนินท์ก็เหลือหุ้นอยู่ในเทสโก้โลตัสน้อยมาก ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยนมือไปเป็นยักษ์ค้าปลีกสัญชาติอังกฤษแทนนั้น เดิมทีมีข่าวว่าเทสโก้โลตัสแสดงความสนใจจะซื้อคาร์ฟูร์ตัดหน้าคู่แข่งเช่น กัน แต่เนื่องจากตกเป็นเป้าโจมตีหนักว่า ทำลายร้านค้าโชห่วยให้ต้องปิดตัวไปมาก เพราะมีการขยายสาขาไปอย่างรวดเร็ว จนทางการต้องออก พ.ร.บ.ค้าปลีก, พ.ร.บ.ผังเมือง และ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ในข้อหามีอำนาจเหนือตลาดมาสกัดกั้นไม่ให้สามารถยึดระบบการค้าปลีกของไทยได้ ทำให้เทสโก้โลตัส ต้องล่าถอยไป
สำหรับกลุ่มทุนไทยที่แสดงเจตจำนงจะ เปิดศึกชิงส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกไทยที่อยู่ในมือต่างชาติเกือบทั้งหมดกลับคืน มา ปรากฏว่า กลุ่มแรกที่ได้รับการวิเคราะห์และคาดการณ์ว่าน่าจะมีทุนหนาและศักยภาพความ แข็งแกร่งไม่แพ้ต่างชาติ ก็คือกลุ่มของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสกลุ่มบริษัทในเครือแสงโสม ซึ่งจะผลักดันบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่รุกเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกครบวงจร เข้าไปซื้อคาร์ฟูร์มาเพื่อกรุยทางเข้าสู่ห้างโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มตัว
นักวิเคราะห์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกูรูในวงการค้าปลีก ระบุว่า จุดเด่นของเบอร์ลี่รี่ยุคเกอร์ก็คือ เป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ และเป็นกลุ่มธุรกิจของคนไทยเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถจะเข้าบดขยี้กับ ยักษ์ใหญ่ จากต่างชาติได้ แม้จะมีเพียงประสบการณ์และความสำเร็จที่เริ่มต้นจากการเป็นห้างค้าปลีก อุปกรณ์ไอทีก็ตาม แต่เครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวางของเจ้าสัวเจริญ และการมีทรัพยากรบุคคลจำนวนมากจากหลายสาขา ตลอดจนถึงการหาพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมประมูลด้วย ทำให้เชื่อมั่นว่า การเข้าซื้อคาร์ฟูร์จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าภายใต้ การประเมินวงเงินลงทุนเบื้องต้น 15,000-20,000 ล้านบาท และงบประมาณอีกจำนวนหนึ่งเพื่อจัดซื้อ ซอฟต์แวร์ รวมถึงเทคโนโลยีโนว์ฮาวที่มีประสิทธิภาพเข้ามา โดยมีวาณิชธนกิจใหญ่จากสหรัฐฯอย่างโกลด์ แมน แซคส์ เป็นผู้ให้คำปรึกษา
ส่วน ปตท.ที่มีข่าวว่าสนใจลงทุนธุรกิจค้าปลีกเพื่อต่อยอดธุรกิจน้ำมัน แม้จะเป็นธุรกิจคนละเส้นทาง แต่ก็มีความเป็นไปได้ เมื่อดูจากการที่ ปตท.ใช้บริการท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในการเข้าบริหารการจัดซื้อ และกระจายสินค้าของร้านค้าปลีกจิฟฟี่ในสถานีบริการน้ำมันเจ็ทเดิม 146 แห่งที่ ปตท.เทกโอเวอร์มา ขณะที่ มีแผนการขยายธุรกิจออกนอกสถานีบริการน้ำมัน นอก เหนือจากการมี "เซเว่นอีเลฟเว่น" ในส่วนของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.กว่า 1,300 แห่ง ในปัจจุบัน
ด้านสหพัฒน์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทย มีข่าวว่าสนใจจะซื้อคาร์ฟูร์ด้วย แต่ที่ผ่านมา การบริหารงานด้านค้าปลีกในร้าน 108 ช็อป ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรขณะที่ประสบการณ์ที่มีอยู่คือการป้อนสินค้า ให้แก่กลุ่มธุรกิจค้าปลีก หาใช่ เป็นผู้บริหารจัดการเอง ดังนั้น การใช้เงินก้อนโตเพื่อซื้อคาร์ฟูร์จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในไทยมีการขยายตัวสูงมากจนถึงปัจจุบันมีมูลค่ารวมทั้ง สิ้น 500,000 ล้านบาทหลักๆ จะเป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือดิสเคาน์สโตร์, ห้างสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง เป็นต้น จากตลาดค้าปลีกทั้งระบบที่มีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ห้างดิสเคาน์สโตร์ ซึ่งล้วนแต่เป็นยักษ์ ใหญ่ต่างชาตินั้นแข่งกันอย่างดุเดือด ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ถูกทุกวัน" ผู้มีอำนาจต่อรองกับกลุ่มผู้ผลิตได้มากกว่า ก็จะได้เปรียบกว่า โดยมี เทสโก้โลตัส เป็นผู้นำที่ทำยอดขายในปีที่ผ่านมา 130,000 ล้านบาท จาก 462 สาขา ขณะที่ศูนย์ค้าส่งแม็คโคร เป็นอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 76,558 ล้านบาท จาก 47 สาขา อันดับ 3 คือ บิ๊กซี มียอดขาย 68,058 ล้านบาท จาก 68 สาขา และอันดับ 4 คือ คาร์ฟูร์ มียอดขาย 27,000 ล้านบาท จาก 44 สาขาทั่วประเทศ