โพสต์ทูเดย์

โลกตีแผ่ผลศึกษาไทยเด็กนิยมกินผักพุ่ง

ทั่วโลกตีแผ่ผลศึกษาวิจัยไทยของม.มหิดลสามารถทำให้เด็กเล็กหันในสนใจกินผัก ผลไม้พุ่งสองเท่าตัว

รศ.พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับทีมวิจัยศึกษาหาวิธีที่จะให้เด็กบริโภคผักมากขึ้น หลังผลการสำรวจภาวะอาหารบริโภคและโภชนาการของประเทศไทยในปี 46 พบว่า คนไทยบริโภคผักผลไม้ปริมาณต่ำกว่าครึ่งของเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ อย่างน้อยวันละ400กรัม หรือ4ขีด

รศ.พญ.ชุติมา กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยศึกษาใช้วิธีการสอนในเด็กอนุบาล 26 คน อายุ 4-5ปี เป็นเวลา8 สัปดาห์ ให้เรียนรู้เรื่องผัก ผลไม้ด้วยวิธีที่เข้าใจง่าย สนุก ผ่านตัวการ์ตูน ทำให้เด็กชอบ และกระตือรือร้นที่ต้องการรับประทานผัก ในเด็กผู้ชายจะยึดป๊อบอาย เป็นสัญลักษณ์กินผักแล้วแข็งแรง

ขณะที่เด็กผู้หญิงจะยึดหนูนิด เป็นสัญลักษณ์ กินผักแล้วแก้มแดง ผิวสวย การจัดปาร์ตี้ผัก และผลไม้ หลากหลายชนิดให้เด็กได้เห็น และสัมผัส สร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นความสนใจในผักผลไม้ชนิดต่างๆได้อย่างมาก และหลังการศึกษาเด็กรับประทานผักเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า

จากนั้น ได้มีการส่งบทความวิจัยไปตีพิมพ์ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศออสเตรเลียได้นำไปขยายผล และเผยแพร่สู่สื่อมวลชน ผ่านสื่อต่างๆ จนทำให้เกิดการขยายผลไปทั่วโลก

รบ.ลงพื้นที่ 4 ภาคสำรวจแจกโฉนดชุมชน

สาทิตย์ ส่งคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบที่ดิน 4 ภาค 1 - 22 ก.ย.นี้ เตรียมแจกโฉนดชุมชน ช่วงเดือน ต.ค.นี้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน เปิดเผยว่า ได้อนุมัติให้คณะทำงานสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ในการจัดให้มีโฉนดชุมชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวน 4 ชุด ซึ่งประกอบด้วยชุดจากภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชุดภาคใต้ ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ในช่วงวันที่ 1 – 22 ก.ย. นี้

ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวมีผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและตัวแทนภาคประชาชน ร่วมในการปฏิบัติงานครั้งนี้ สำหรับภารกิจของคณะทำงานชุดนี้จะต้องลงไปในพื้นที่ที่กำหนดไว้เพื่อชี้แจง นโยบายการกระจายการถือครองที่ดินให้แก่เกษตรกรเพื่อทำกินและที่อยู่อาศัยใน รูปแบบโฉนดชุมชน ดำเนินาศัยในรูปแบบโฉนดชุมชน การสำรวจและเก็บข้อมูลของชุมชนที่สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยการจัดโฉนดชุมชน พ.ศ.2553ที่อยูการสำรวจและเก็บข้อมูลของชุมชนที่สอดคล้องกับระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดโฉนดชุมชน พ.ศ.2553

อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของชุมชนซึ่งประกอบไปด้วยตำแหน่งที่ดิน ประเภทที่ดิน และการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว จากนั้นจะสรุปเสนอคณะอนุกรรมการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ในการจัดให้มีโฉนด ชุมชนพิจารณาต่อไป

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ในภูมิภาค จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานการจัดให้มีโฉนดชุมชนพิจารณาในต้น เดือนต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ก่อนที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้กับส่วนราชการที่ครอบครองตามกฏหมายพิจารณา ดำเนินการต่อไป จึงขอให้ชุมชนที่อยู่ในแผนงานที่คณะทำงานลงพื้นที่กำหนดไว้ให้ความร่วมมือ กับคณะทำงานทุกชุดด้วย

อาเซียนตกลงยกไทยขึ้นฮับขายข้าวส่งโลก

พรทิวากล่อมอาเซียน ยอมดันไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวโลก ขณะที่ผู้ส่งออกแฉเหตุราคาข้าวในประเทศร่วง หลังมีบางรายได้ข้าวจากสต๊อกรัฐล็อตแรกแล้วรีบนำไปขายก่อน หวั่นถูกขายตัดราคา

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) เมื่อเดือน ส.ค. ที่ประเทศเวียดนาม นอกจากไทยจะหารือกับเวียดนามเพื่อจัดทำความร่วมมือค้าข้าวแล้ว ไทยยังได้หารือกับกัมพูชา พม่า และลาว เพื่อร่วมกันพยุงราคาข้าวและดูแลสต๊อกข้าวอาเซียน ซึ่งทุกประเทศสนใจให้ไทยเป็นศูนย์กลางการนำเข้าข้าวเพื่อพัฒนาและส่งออก เหมือนเป็นเทรดดิงคอมปะนี

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงภาคเอกชนของแต่ละประเทศ เพื่อเร่งดำเนินการดูแลเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้เกิดปัญหาแย่งตลาดและขายตัด ราคากันเอง

ด้านนายสมพงษ์ กิตติเลียงลาภ ประธานกรรมการ บริษัท พงษ์ลาภ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวสารในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยตันละ 100200 บาท สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้ส่งออกที่ซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลล็อตแรกประมาณ 1 ล้านตัน รีบนำข้าวเหล่านั้นออกมาขายก่อน เพราะกลัวว่ารัฐบาลจะประกาศขายล็อตใหม่และจะทำให้ขายไม่ได้ราคาดีเท่าที่ควร เพราะมีข้าวในตลาดมาก

“ราคา ข้าวในประเทศไม่ควรจะลง เพราะความต้องการในตลาดมีมาก แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้แจ้งราคาว่าข้าวราคาลดลง น่าจะเป็นเพราะผู้ส่งออกที่ได้ข้าวรัฐไปในล็อตแรกรีบนำออกไปขายก่อน เพราะกลัวว่า ผู้ส่งออกที่จะได้อีกในล็อตหลังจะนำไปขายตัดราคากันเอง จนทำให้ราคาในประเทศลดลง” นายสมพงษ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐเปิดขายข้าวล็อตที่ 2 นั้น บริษัท พงษ์ลาภ ได้เสนอซื้อข้าวขาว 5 แสนตัน แต่ได้รับอนุมัติขายให้เพียง 2 แสนตัน ในราคาซื้อที่ตันละ 1.2 หมื่นบาทเพราะมีผู้ส่งออกรายอื่นเสนอซื้อซ้ำโกดังกัน แต่ให้ราคาดีกว่า จึงขายให้ไป ซึ่งภายในวันที่ 6 ก.ย.นี้ บริษัทจะทำสัญญาซื้อขายกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) แต่หากอคส.ไม่ยอมทำสัญญา ก็พร้อมจะคืนข้าวดังกล่าวให้รัฐ เพราะเกรงว่า หากขนข้าวออกจากโกดัง บริษัทอาจมีความผิดได้ ส่วนข้าวเหนียว และข้าวหอมปทุมธานี ที่เสนอซื้อไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้อนุมัติขายให้เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ที่เสนอซื้อคือ บริษัท ไทยฟ้า และบริษัท เจียเม้ง

สำหรับการเปิดขายล็อตต่อไปของรัฐบาลนั้น บริษัทมีแผนจะเสนอซื้อข้าวขาวอีก 3 แสนตัน โดยจะเพิ่มราคาเสนอซื้อให้อีกตันละ 100 บาท เพราะเชื่อว่า ราคาข้าวไม่มีเหตุผลที่จะลดลงไปจนถึงปลายปีนี้ เพราะขณะนี้ไม่มีข้าวในตลาดเลย ขณะที่ความต้องการในต่างประเทศสูงจากปัญหาภัยธรรมชาติ

คลังเตือนภัยส่งออกขาลง

สศค.ประเมินส่งออกใหม่ หลังเศรษฐกิจโลกชะลอ ขณะค่าบาทแข็งสุดรอบ 29 เดือน

นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจขยายตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเห็นได้จากมูลค่าส่งออกเดือน ก.ค. ที่เริ่มชะลอตัวมาอยู่ที่ 20.6% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 46.3% ต่อปี

ทั้งนี้ สศค.จะได้นำปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อทบทวนการประมาณการเศรษฐกิจไทย และประกาศต่อสาธารณชนในวันที่ 29 ก.ย. 2553

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวว่า มูลค่าการนำเข้าเดือน ก.ค. ขยายได้ในระดับสูงถึง 36.1% ต่อปี สะท้อนการใช้จ่ายภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้น โดยมูลค่าการนำเข้าวัตถุดิบขยายตัวสูงถึง 53.9%

ขณะที่มูลค่านำเข้าสินค้าทุนและสินค้าอุปโภคขยายตัว 29.2% และ 20.4% ต่อปี ตามลำดับ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ระบุว่า ตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ค. หดตัวเมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. เกือบ 13% ถือเป็นการหดตัวหนักที่สุดนับจากช่วงที่เกิดซับไพรม์เมื่อปลายปี 2551 ที่เคยหดตัวถึง 18% โดยสินค้าหลักๆ ที่หดตัว อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ขณะที่ค่าเงินบาทล่าสุดนักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 31.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการทำสถิติแข็งค่าครั้งใหม่ในรอบ 29 เดือน หลังพบว่าเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์อีก 1,100 ล้านบาท

นักวิชาการเตือนออกประกาศ11กิจการรุนแรงส่อขัดรธน.

นักวิชาการ เตือนคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ออกประกาศ 11 กิจการอุตสาหกรรม ไม่ผ่านความเห็นคนในพื้นที่ ส่อขัดรัฐธรรมนูญอาจถูกภาคประชาชนฟ้องได้ จี้รัฐ เร่งแก้ปัญหา ก่อนมลพิษท่วมระยอง

นางเรณู เวชรัชต์พิมล กรรมการสี่ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติที่จะออกประกาศประเภทอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน 11 ประเภท ลดลงจากข้อเสนอของคณะกรรมการสี่ฝ่ายฯ ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ที่เสนอไว้ 18 ประเภท ว่า ในรัฐธรรมนูญไทย ที่ไม่มีมาตราใดบัญญัติให้อำนาจหน่วยงานของรัฐ ประกาศประเภทโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนได้ โดยที่ไม่ผ่านการรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และหากภาครัฐไม่เร่งรีบแก้ไข อาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกประชาชนฟ้องศาลปกครองตามวรรค 3 ของมาตรา 67 แห่งรัฐธรรมนูญไทยได้ ซึ่งการออกประกาศประเภทอุตสาหกรรมฯ เป็นประกาศที่บังคับใช้ทั่วประเทศ เป็นการพิจารณาในภาพรวม จึงไม่สามารถนำมาใช้กับโครงการที่จะสร้างในเขตควบคุมมลพิษในจ.ระยองได้ทั้ง หมด

“การพิจารณาอนุมัติให้โครงการในมาบตาพุดที่กำลังทำศึกษาและประเมินผล กระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน(E/HIA) เพื่อยื่นขออนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อยู่ในขณะนี้ ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายงานผลการศึกษา E/HIA ให้มาก โดยต้องทำให้ครบถ้วนตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และมุ่งเน้นการศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพที่ชัดเจน” นางเรณู กล่าว

นางเรณู กล่าวต่อว่า การที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม(ทส.) ประกาศพื้นที่ 6 แห่งในจ.ระยองเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพราะศาลได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้วว่ามีสารพิษและมลพิษ จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้เปิดเผยข้อมูลสถิติมะเร็งของประเทศ พบว่าจ.ระยองมีสถิติมะเร็งเป็นอันดับ 1 ของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า สารพิษที่มีฤทธิ์ทำลายสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ยังมีอยู่มากในมาบตาพุดและพื้นที่อุตสาหกรรมในจ.ระยอง

นางเรณู กล่าวอีกว่า ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า พบสารก่อมะเร็งในอากาศสูงเกินมาตรฐาน ตั้งแต่ปี 2548-จนถึงปัจจุบัน เช่น สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) 1,3-บิวทาไดอีน, เบนซีน และ 1,2- ไดคลอโรอีทเธน ส่วนในน้ำทะเลและตะกอนดินใต้ท้องทะเลพบโลหะหนัก เช่น สารหนู แคดเมียม และปรอท สูงเกินมาตรฐาน สิ่งที่บ่งชี้ถึงอันตรายจากสุขภาพชัดเจน คือ ตรวจพบโลหะหนักในบ่อน้ำตื้นร้อยละ 50 และตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย ร้อยละ 18 และผลการตรวจสุขภาพประชาชนพบว่าร้อยละ 34.8 พบโลหะหนักในเลือด และพบอนุพันธ์ของสารเบนซีนร้อยละ 3.67 นอกจากนี้จากการตรวจหอยแมลงภู่ และกบ ในพื้นที่มาบตาพุดเปรียบเทียบกับแหล่งอ้างอิงอื่น พบว่าหอยแมลงภู่และกบ มีสารพันธุกรรม แตกหักสูงกว่าแหล่งอ้างอิงอื่น 4.85 และร้อยละ 72.24 เท่าตามลำดับ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงผลกระทบของสารพิษจากอุตสาหกรรมต่อชุมชนอย่างชัดเจน

“ภาครัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแก้ปัญหาผลกระทบของอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต่อชุมชน และเร่งแก้ไข บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ถูกกลุ่มอุตสาหกรรมได้ไปกว้านซื้อที่เอาไว้และมีแผนจะก่อสร้างโรงงาน อุตสาหกรรมขึ้นในพื้นที่นั้น มีความมั่นใจว่ารัฐจะให้ความคุ้มครองประชาชนมากกว่าการลงทุนข้ามชาติ เพราะพวกเขา คือ ่รัฐเก็่คุ้มค่า ถึงเวลานั้นค่าใช้จ่ายในการกำจัดซากรงงานเก่าและขยะสารพิษคงไม่พ้นภาษีของรา ษ่จะไม่หอบเงินออกนอกประเทศหลังจากพบว่าโคนไทย ที่จะไม่หอบเงินออกนอกประเทศแล้วทิ้งซากขยะโรงงานเก่า ที่ซ่อมบำรุงแล้วไม่คุ้มค่า ถึงเวลานั้นค่าใช้จ่ายในการกำจัดซากโรงงานเก่าและขยะสารพิษคงไม่พ้นเงินรัฐ” นางเรณู กล่าว

สธ.ชี้คนไทย4ล้านคน"ร่ำรวยโรค" ไม่ยอมออกกำลังกาย-กินอาหารรสจัด เค็ม ไขมันสูง ทำให้อายุขัยสั้นลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้(29 ส.ค.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานแข่งขัน เดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระสังฆราช 96 พระชันษา โดยมีพลเอกจรัล กุลละวณิชย์ เป็นประธานอำนวยการจัดงานเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระพระสังฆราชสกลมหาปรินายก ในโอกาสมงคล 96 พระชันษา เพื่อหารายได้สมทบการสร้างหอพระประวัติ ที่วัดเทวสังฆาราม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรีและศูนย์การเรียนรู้ด้านมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้ ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วย โรคที่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ต้นเหตุสำคัญมาจาก 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่ กินอาหารไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ ป่วยที่ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ในปี 2550 ที่มีจำนวน 9 ล้านคนพบว่า เป็นผู้ที่ไม่ออกกำลังกายมากถึง 6 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 67 ขณะเดียวกันยังพบอีกว่าคนที่ขยันออกกำลังกายติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน จะมีอัตราป่วยเพียงร้อยละ 17 ส่วนคนที่ออกกำลังกายติดต่อกันน้อยกว่า 1 เดือน จะมีอัตราป่วยสูงกว่าคือร้อยละ 24 โดยในภาพรวมพบว่าคนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไปซึ่งมี 55 ล้านคนเป็นผู้ไม่ออกกำลังกายมากถึง 39ล้านคน

ส่วนเรื่องการรับประทานอาหาร สำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2552ได้สำรวจพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป พบว่า ร้อยละ 90 กินอาหารที่มีไขมัน กว่าครึ่งกินขนมกรุบกรอบโดยพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุ 6-14 ปี อีกร้อยละ 14 กินอาหารฟาสต์ฟูดส์ และร้อยละ 31 ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน พบมากในวัยทำงานอายุ 25-59 ปี

นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสุขภาพค้นหาโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว ในปี 2553 พบ คนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ไม่ใช่เกิดจากกรรมพันธุ์ และความดันโลหิตสูงรวมกว่า 4 ล้านคนและมีน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูงผิดปกติ เสี่ยงจะป่วยเพิ่มอีก 4 ล้านคน และมีคนไทยที่เป็นทั้งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 635,850 คน การร่ำรวยโรค จะทำให้อายุขัยคนไทยสั้นขึ้น เพราะต้องเสียชีวิตไปก่อนถึงวัยอันควร

ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวกระทรวงสาธารณสุข จะเร่งรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอสม.เป็นทัพหน้าเดินเครื่องในเรื่อง นี้อย่างจริงจังให้ทุกตำบลจัดแผนพัฒนาสุขภาพ กิจกรรมที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดเป็นนิสัยก็คือ การ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน กินอาหารรสไม่จัด ลดอาหารเค็ม ไขมันสูง เช่นกล้วยทอด และลดอาหารรสหวาน เพิ่มการกินผักผลไม้ที่รสไม่หวานมากเช่นมะละกอ ฝรั่ง รวมกันให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 400 กรัมหรือ 4 ขีดตามมาตรฐานโลก ซึ่งในผักผลไม้จะมีกากใยตามธรรมชาติ นอกจากช่วยให้ระบบการขับถ่ายในร่างกายดีขึ้นแล้ว กากใยดังกล่าวยังช่วยดูดซับไขมันในระบบย่อยอาหารขับถ่ายมาพร้อมอุจจาระด้วย รวมทั้งไม่สูบบุหรี่ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

"เรื่องที่น่าห่วงขณะนี้ พบว่า มีคนไทยบางกลุ่ม โดยเฉพาะวัยรุ่น สุภาพสตรี มักนิยมซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดมีกากใย มากินเพื่อลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยขับถ่ายดีขึ้น ซึ่งการกินกากใยแคปซูลนี้ ไม่ส่งผลดีในระยะยาว และอาจมีโอกาสอ้วนหรือมีไขมันสะสมในหลอดเลือดได้ เนื่องจากไม่มีการออกกำลังกายเผาผลาญไขมันที่กินเข้าไปในแต่ละวัน" นายแพทย์ไพจิตร์กล่าว

นพ.ไพจิตร์ กล่าวในตอนท้ายว่า หากประชาชนไทยไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในอนาคตคนไทยจะเผชิญปัญหา โรคอ้วนและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ มะเร็ง โรคเหล่านี้ไม่มีวัคซีนป้องกันเหมือนโรคติดเชื้อและไม่มียารักษาให้หายขาด มีแต่ยาควบคุมอาการ ทุกคนต้องลงทุนเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเองจึงจะได้ผล

ชัย ยังไม่นัดประชุมรัฐสภาถกข้อตกลงระหว่างประเทศ

ชัย ยังไม่นัดประชุมรัฐสภาถกข้อตกลงระหว่างประเทศ คาดนัดประชุมได้ในอีก 2 สัปดาห์

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาข้อตกลงและหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตามรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 190ที่ค้างการพิจารณาจำนวนมาก คาดว่าจะสามารถนัดประชุมได้ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าจากเดิมที่เตรียมกำหนดประชุมไว้ในวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากในส่วนของสภาเพิ่งเสร็จสิ้นการพิจารณางบประมาณมา ทำให้ส.ส.ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากพอสำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาในสัปดาห์หน้า ประกอบกับมีอาการเหนื่อยล้าจากการประชุมงบประมาณ มาหลายวัน ดังนั้นจึงต้องเลื่อนประชุมออกไปก่อน

เกษตรผุดโรดแมพ5ปีพัฒนาสหกรณ์

กระทรวงเกษตรฯเปิดแผนพัฒนาสหกรณ์ 5ปี หวังเพิ่มจำนวนสหกรณ์เป็น 8,400 แห่ง จากเดิม 7,658 แห่งภายในปี 2558

นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณา Road Map และแผนปฏิบัติการ เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาสหกรณ์ 5 ปี (54-58) โดยเป้าหมายในปี 58 จะมีจำนวนสหกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 8,400 แห่ง จากเดิม 7,685 แห่ง สหกรณ์มีการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 7,535 แห่ง จากเดิม 6,111 แห่ง และสมาชิกสหกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 13.20 ล้านคน จากเดิม 10.34 ล้านคน ภาคเกษตร 8.58 ล้านคน สมาชิกนอกภาคเกษตร 4.62 ล้านคนคาดว่าสหกรณ์จะมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นจากการรวบรวมผลผลิตเกษตรและ แปรรูป เกษตรจำนวน 2.46 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.26 ล้านล้านบาท ทุนเรือนหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 754,200 ล้านบาท จากเดิม 468,300 ล้านบาท โดยแผนยุทธศาสตร์สำหรับคือสร้างความเข็มแข็งให้เกษตรและส่งเสริมการบริหาร อย่างมืออาชีพ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ให้ได้การยอมรับในตลาดและสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาด

อลงกรณ์สั่งพรณ์เตรียมพร้อมโลจิสติกส์ไทยรับมือเปิดเสรี

อลงกรณ์สั่งเตรียมพร้อมผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย รับมือเปิดเสรีในอาเซียน หลังเปิดเสรีให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ไม่ต่ำกว่า 70% ในปี 2556 คาดขนส่งทางบกมีโอกาสทำเงินสูง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดเสรีการค้าบริการสา ขาโลจิสติกส์ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนปรับตัว เตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเสรี และหาช่องทางการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรี

รวมทั้งการนำเสนอปัญหาอุปสรรคของสาขาโลจิสติกส์ของไทยเพื่อให้ภาครัฐช่วย แก้ไขก่อนที่การเปิดเสรีจะเกิดขึ้น โดยในปี 2556 อาเซียนมีเป้าหมายการเปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ ที่จะอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจ และถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 70% ซึ่งได้เริ่มทยอยเปิดเสรีมาแล้วตั้งแต่ปี 2551 โดยให้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 49% และปี 2553 ให้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 51%

ทั้งนี้ การเปิดเสรีในด้านการขนส่งทางทะเล และทางอากาศ ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เพราะปัจจุบัน ธุรกิจด้านนี้อยู่ในมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ และชาวต่างชาติ แต่ในด้านการขนส่งทางบก ไทยมีโอกาสแน่นอน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับมาเลเซีย พม่า ลาวและกัมพูชา ที่มีพื้นที่ติดกับไทย ซึ่งกระทรวงมีนโยบายผลักดันผ่านโครงการระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางโลจิสติกส์ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ไทยอยู่แล้ว

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยในปี 2552 มีมูลค่า 8 แสนล้านบาท เป็นธุรกิจการขนส่งสินค้าทางบก 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งการเปิดเสรีในอาเซียน จะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการไทยแน่นอน

“ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม เพราะการเปิดเสรีมีทั้งโอกาส และผลกระทบ จึงต้องวางแผนรับมือให้ดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่อาจได้รับผลกระทบ จึงต้องหาทางให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ปรับตัวแข่งขันได้” นายอลงกรณ์ กล่าว

สำหรับการเปิดเสรีโลจิสติกส์ในอาเซียน เป็นการสร้างโอกาสและความท้าทายแก่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย สามารถเข้าไปสร้างเครือข่ายและขยายการให้บริการในประเทศกลุ่มอาเซียนได้ สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และกิจการต่อเนื่องในอาเซียน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับไทย เพราะมีพื้นที่ตั้งอยู่ระหว่างสมาชิกอาเซียนเดิม (มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน) กับอาเซียนใหม่ (กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม) จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล กับอาเซียนเดิม และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางบกกับอาเซียนใหม่

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมจะจัดเวทีให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ในเรื่อง “รู้ทันเปิดเสรีโลจิสติกส์ในอาเซียน” ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนสปาร์ค สุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยรู้ว่าอาเซียนอีก 9 ประเทศจะเปิดเสรีในสาขานี้อย่างไร มีข้อผูกพันและกฎระเบียบอย่างไร โอกาสและผลประโยชน์ของไทยอยู่ที่ใด เพื่อที่จะได้วางแผนปรับตัว หรือใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ชงผุดกม.สวัสดิการชาวนา

“มาร์ค” เอาใจรากหญ้า สั่ง เกษตรฯ ยกร่างกฎหมายสวัสดิการชาวนา เผยหลักการคล้ายกองทุนเงินออม แต่เงินที่ชาวนาสมทบได้มาจากการขายข้าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า ขณะนี้เรื่องสวัสดิการชาวนา ได้มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปยกร่างต่อเพราะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งจะเป็นร่างพระราชบัญญัติใหม่ เพียงแต่ว่าต้องไปดูว่าความสัมพันธ์ของผู้ที่เข้ามาในกองทุนสวัสดิการชาวนา กับกองทุนเงินออมแห่งชาติจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่า กองทุนเงินออม น่าจะเสนอเข้าสู่สภาได้เร็วๆ นี้ เพราะกฤษฎีกาจะพิจารณาเสร็จแล้ว

"หลักการของสวัสดิการชาวนา จะคล้ายกับกองทุนเงินออมเพียงแต่เงินที่ชาวนาสมทบได้มาจากการขายข้าว และจะมีส่วนที่รัฐบาลสมทบ เงินก้อนนี้จะเข้าสู่กองทุนเพื่อจัดสวัสดิการให้ชาวนา ส่วนจะมีสัดส่วนเท่าไหร่รวมทั้งจำนวนงบประมาณนั้นยังไม่กำหนด เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯต้องเป็นคนกำหนดในเรื่องรายละเอียด เพราะสัดส่วนของเงินที่จะหักจากในส่วนของการขายข้าวเป็นเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกและหลายปัจจัย"นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯได้รับมอบหมายให้ไปยกร่างฯแล้ว ซึ่งคิดว่าถ้าได้ข้อยุติในประเด็นที่ยังค้างอยู่ เช่นปัญหาเรื่องกองทุนเงินออมก็ไม่น่าจะช้า เพราะรูปแบบของกองทุนสวัสดิการก็มีอยู่ เพราะฉะนั้นการร่างกฎหมายไม่น่าจะซับซ้อนมากนัก ส่วนรายละเอียดสามารถใช้วิธีอัตราการสมทบต่างๆ ไปออกเป็นกฎหมายรองได้

อย่างไรก็ตามระบบดังกล่าว เป็นระบบสมัครใจ ที่เสนอมาไม่ใช่ระบบบังคับ ฉะนั้นจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจของชาวนาที่จะเข้ามา

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการประกันราคาข้าวอีกว่า ราคาประกันจะคงไว้เฉพาะปีนี้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูต้นทุนเป็นหลัก และเห็นว่าสภาพการยังไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วอย่างมีนัยยะสำคัญ ฉะนั้นจะใช้ราคาเดิม องค์ประกอบอื่นๆ โครงการก็เหมือนเดิม เช่น ปริมาณ ผลผลิตต่อไร่จะมีการปรับขึ้นเล็กน้อย ตามความเป็นจริง กรรมการเห็นว่าไม่ควรไปบอกว่าคงไว้กี่ปี เพราะควรเป็นไปตามความเป็นจริงของสถานการณ์เรื่องต้นทุน แต่คาดว่าจะใช้งบประมาณในเรื่องนี้ไม่ถึง 4 หมื่นล้านบาท