อลงกรณ์สั่งเตรียมพร้อมผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย รับมือเปิดเสรีในอาเซียน หลังเปิดเสรีให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ไม่ต่ำกว่า 70% ในปี 2556 คาดขนส่งทางบกมีโอกาสทำเงินสูง
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดเสรีการค้าบริการสา ขาโลจิสติกส์ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนปรับตัว เตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเสรี และหาช่องทางการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรี
รวมทั้งการนำเสนอปัญหาอุปสรรคของสาขาโลจิสติกส์ของไทยเพื่อให้ภาครัฐช่วย แก้ไขก่อนที่การเปิดเสรีจะเกิดขึ้น โดยในปี 2556 อาเซียนมีเป้าหมายการเปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ ที่จะอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจ และถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 70% ซึ่งได้เริ่มทยอยเปิดเสรีมาแล้วตั้งแต่ปี 2551 โดยให้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 49% และปี 2553 ให้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 51%
ทั้งนี้ การเปิดเสรีในด้านการขนส่งทางทะเล และทางอากาศ ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เพราะปัจจุบัน ธุรกิจด้านนี้อยู่ในมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ และชาวต่างชาติ แต่ในด้านการขนส่งทางบก ไทยมีโอกาสแน่นอน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับมาเลเซีย พม่า ลาวและกัมพูชา ที่มีพื้นที่ติดกับไทย ซึ่งกระทรวงมีนโยบายผลักดันผ่านโครงการระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางโลจิสติกส์ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ไทยอยู่แล้ว
สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยในปี 2552 มีมูลค่า 8 แสนล้านบาท เป็นธุรกิจการขนส่งสินค้าทางบก 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งการเปิดเสรีในอาเซียน จะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการไทยแน่นอน
“ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม เพราะการเปิดเสรีมีทั้งโอกาส และผลกระทบ จึงต้องวางแผนรับมือให้ดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่อาจได้รับผลกระทบ จึงต้องหาทางให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ปรับตัวแข่งขันได้” นายอลงกรณ์ กล่าว
สำหรับการเปิดเสรีโลจิสติกส์ในอาเซียน เป็นการสร้างโอกาสและความท้าทายแก่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย สามารถเข้าไปสร้างเครือข่ายและขยายการให้บริการในประเทศกลุ่มอาเซียนได้ สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และกิจการต่อเนื่องในอาเซียน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับไทย เพราะมีพื้นที่ตั้งอยู่ระหว่างสมาชิกอาเซียนเดิม (มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน) กับอาเซียนใหม่ (กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม) จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล กับอาเซียนเดิม และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางบกกับอาเซียนใหม่
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมจะจัดเวทีให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ในเรื่อง “รู้ทันเปิดเสรีโลจิสติกส์ในอาเซียน” ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนสปาร์ค สุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยรู้ว่าอาเซียนอีก 9 ประเทศจะเปิดเสรีในสาขานี้อย่างไร มีข้อผูกพันและกฎระเบียบอย่างไร โอกาสและผลประโยชน์ของไทยอยู่ที่ใด เพื่อที่จะได้วางแผนปรับตัว หรือใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย