น้ำยมทั้งสายแห้งขอด กษ.ชงแผนสู้เข้าครม.
เมื่อวันที่ 7มิถุนายน นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ลดต่ำลงเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ประกอบกับเกิดฝนทิ้งช่วง ทำให้เขื่อนไม่สามารถปล่อยน้ำช่วยเหลือเกษตรกรช่วงทำนาปีได้ จังหวัดจึงทำหนังสือแจ้งไปยังองค์ส่วนท้องถิ่นและผู้นำหมู่บ้านทุกแห่ง ให้เกษตรกรเลื่อนทำนาปีออกไปก่อน เพื่อป้องกันข้าวและต้นกล้าเสียหาย รวมถึงเกษตรกรที่อาศัยน้ำตามโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจำนวน 89สถานี เพื่อรักษาระดับการผลิตกระแสไฟฟ้าและไม่ให้น้ำในอ่างเก็บน้ำแห้งขอด จนเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อน
เขื่อน สิริกิตติ์ใช้น้ำได้แค่2ด.
ด้าน นายสมคิด แข็งแรง ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ กล่าวว่า ผลกระทบของภัยแล้งที่รุนแรงและขยายวงกว้าง จนล่าสุดปริมาณน้ำเขื่อนสิริกิติ์ใช้งานได้เพียงร้อยละ 8 หรือ 550 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุสูงสุด 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่ำจากคาดการณ์สภาพน้ำไว้ว่าจะมีน้ำใช้งาน 677 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 127 ล้านลูกบาศก์เมตรและต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 3,700 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดและวิกฤติในรอบ 18ปีและเขื่อนสิริกิติ์จะปล่อยน้ำใช้ประโยชน์ท้ายเขื่อนได้เพียง 2เดือน
คาด ปี2554วิกฤตยิ่งกว่านี้
เช่นเดียวกับ นายประเสริฐ ธำรงวิศวะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ ฝ่ายบริหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ ว่า ระดับนํ้าลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในปริมาณมาก ประกอบกับฝนตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ส่งผลทำให้เขื่อนไม่มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณนํ้าเหลือใช้เพียงแค่ 54วัน จึงจำเป็นต้องให้เลื่อนทำนาปีออกไปก่อน ส่วนเกษตรผู้ปลูกข้าวนาปรัง จะทำนาได้เพียง 1ครั้ง เนื่องจากต้นทุนนํ้าปี2553 ตํ่ากว่าเกณฑ์ คาดว่าปี2554 จะเกิดวิกฤติภัยแล้งอย่างหนัก
พิจิตร แม่น้ำยมแห้งขอด
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ถึงขั้นวิกฤตสูงสุดแล้ว เมื่อแม่น้ำยมทั้งสายไม่มีน้ำหลงเหลือ จะมีเพียงตามแอ่ง หรือตามวัง ซึ่งเป็นพื้นที่ลึกเท่านั้น โดยเฉพาะที่วังปลากด ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นแอ่งน้ำสุดท้ายของแม่น้ำที่ไหลผ่าน อ.โพธิ์ประทับช้าง มีชาวบ้านพากันนำเครื่องสูบน้ำมาสูบเข้าที่นาตนเอง โดยบางคนต้องสูบน้ำไกลกว่า 5กม.เพื่อนำน้ำไปเลี้ยงต้นข้าว หากยังไม่มีฝนตกลงมา จะทำให้เกิดภัยแล้งอย่างรุนแรง
บุรีรัมย์ งดปล่อยน้ำ22อ่าง
ทางด้าน นายปราโมท พลพณนาวี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทาน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการชลประทานให้อ่างเก็บน้ำ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ที่อยู่ในความดูแล 22อ่าง ชะลอปล่อยน้ำเพื่อให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าวในเขตพื้นที่บริการกว่า 206,000ไร่ หลังอ่างเก็บน้ำทั้งหมด มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียง 139ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 46.76เปอร์เซ็นต์ ของความจุทั้งหมด 298ล้านลูกบาศก์เมตร หากเทียบในช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปี2553 ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณน้ำกักเก็บ 199ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 66.75เปอร์เซ็นต์
ภาวนา ให้ฝนตกลงมาช่วย
"ปกติทุกปีทางชลประทานจะปล่อยน้ำให้เกษตรกรในเขตบริการทำการเกษตรในช่วง สัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน แต่ปีนี้ต้องชะลอการปล่อยน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากน้ำในอ่างมีปริมาณต่ำ แต่หากมีฝนตกลงมาและปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้น ชลประทานจะปล่อยน้ำให้กับเกษตรกร แต่หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน อาจต้องเลื่อนเวลาปล่อยน้ำออกไปอีก ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน"นายปราโมท กล่าว
ก.เกษตรฯเร่งช่วยเกษตรกร
ทางด้าน นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวยอมรับว่า พื้นที่ที่วิกฤตหนักขณะนี้คือ พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่อาศัยน้ำจากเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำพื้นที่กว่า 6ล้านไร่ โดยทั้งสองเขื่อนขณะนี้มีปริมาณน้ำที่ใช้ได้จริงเหลือเพียง 989ล้าน ลบม.เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรฯได้ประกาศให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวขยายระยะเวลา ปลูกข้าวออกไปอีก 2เดือน คาดว่าจะปลูกข้าวได้ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม หรือจนกว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เบื้องต้นจะส่งเสริมปลูกพืชระยะสั้นและส่งเสริมด้านปศุสัตว์ ซึ่งอาจให้เลี้ยงสัตว์ปีก เช่น ไก่ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอยู่ได้ตามความเหมาะสม
เน้น ฝนหลวงลง2เขื่อนใหญ่
"กรณีนายกฯเดินทางมากรมชลฯเมื่อวันที่ 5มิถุนายนที่ผ่านมา ทางกรมชลประทานได้รายงานถึงสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงถึงแผนบริหารจัดการน้ำให้ท่านทราบ ซึ่งเรื่องนี้กรมชลประทานและกระทรวงเกษตรฯได้ทราบมาแล้วล่วงหน้าและพยาม บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะเปลี่ยนแผนการปฏิบัติการฝนหลวงจากพื้นที่ภาคใต้ ให้ย้ายฐานบางส่วนมาทำฝนหลวงเน้นเติมน้ำทั้งสองเขื่อนใหญ่ โดยขณะนี้มีฝนตกแล้วบางส่วน ซึ่งสามารถเติมน้ำให้เขื่อนสิริกิตติ์ ได้แล้วกว่า 10ล้าน ลบม.และน่าจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นตามลำดับ" นายชลิต กล่าว
"ธีระ"ชงแผนสู้แล้งเข้าครม.
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรฯแจ้งว่า หลังนายกรัฐมนตรีเดินทางมากรมชลประทาน ล่าสุด ช่วงบ่ายวันที่ 7มิถุนายน นายธีระ วงษ์สมุทร รมว.เกษตรฯได้เรียก ทีมที่ปรึกษาและข้าราชการที่เกี่ยวข้องหารือด่วน ถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งทั้งหมด ยคาดว่าจะเสนอแผนการช่วยเหลือเบื้องต้นต่อคณะรัฐมนตี(ครม.) ในวันที่ 8มิถุนายนนี้
เกิดปะการังฟอกขาวอันดามัน
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ของไทยนั้น ก็ประสบปัญหาจากภาวะแห้งแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) แถลงสถานการณ์ปะการังฟอกขาว ว่า ขณะนี้สถานการณ์ปะการังฟอกขาว โดยเฉพาะทะเลฝั่งอันดามัน อยู่ในภาวะวิกฤติ สาเหตุจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงผิดปกติ คือ สูงกว่า 30องศาเซลเซียล โดยบางช่วงอุณหภูมิน้ำทะเลสูงถึง 32-33 องศาฯ ซึ่งถือเป็นจุดกระตุ้นให้เกิดการฟอกขาวคือที่ 30.1องศาฯ โดยจากการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบว่า แนวปะการังทุกจังหวัดฝั่งอันดามันคือ จ.ระนอง กระบี่ พังงาและจ.ภูเก็ต เกิดการฟอกขาวมากกว่า 70เปอร์เซ็นต์
5อุทยาน แห่งชาติโดนหมด
ขณะที่ฝั่งอ่าวไทยพบการฟอกขาวรุนแรง บริเวณกลุ่มเกาะตอนบนของ จ.ชลบุรี อาทิ เกาะสีชัง เกาะนก เกาะสาก เกาะครกและเกาะจุ่น ขณะที่ผลสำรวจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในทะเล จ.ตรัง ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พบมีการฟอกขาวประมาณ 70 - 85เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ จ.สตูล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา บริเวณเกาะบุโหลนไม้ไผ่ เกาะบุโหลนเล เกาะบุโหลนรังผึ้งและเกาะอามัย เกิดฟอกขาว 60 - 90เปอร์เซ็นต์, อุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณ เกาะตะเกียง เกาะไม้ไผ่ เกาะแลน เกาะคู่ เกาะสิงห์ เกาะหินงาม เกาะอาดัง อ่างสอง เกาะหินซ้อน เกาะราวี หาดทรายขาว เกาะผึ้งและเกาะดง เกิดการฟอกขาว 50 - 90เปอร์เซ็นต์
สำหรับในพื้นที่อื่น อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน สำรวจ 8 สถานี พบมีการฟอกขาวบริเวณอ่าวนำชัย ประมาณ 25เปอร์เซ็นต์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุริทร์ สำรวจ 10สถานี พบฟอกขาวทั้งเกาะสุรินทร์เหนือและใต้ 30-50เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ปะการังเกิดการฟอกขาวสูงสุดที่ระดับความลึก 5เมตร อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ปะการังฟอกขาว ยังไม่ตายและสามารถฟื้นตัวเองได้