ประเทศไทยผลิตข้าวได้กว่า 32 ล้านตันข้าวเปลือก มีการบริโภคภายในประเทศเพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือมีการส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ ซึ่งในการส่งออกมีการแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตข้าวที่สำคัญหลายแห่ง เช่น เวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน ดังนั้นการเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร ประกอบกับการลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ต่ำลง จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี
นายอภิชาติ พงษ์ศรีหดุลยชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวนา ที่อาจจะได้รับผลกระทบจาก การเปิดเสรีการค้าอาเซียน (AFTA) ดังนั้น จึงได้สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร จำนวน 128 ล้านบาท ให้กรมการข้าว ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวม 9 หน่วยงาน ดำเนิน โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน โดยกิจกรรมสำคัญของการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวให้สูงขึ้น นั้นจะเน้นการพัฒนา 2 ประการ คือ 1. พัฒนาการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี ภายใต้รูปแบบศูนย์ข้าวชุมชน และ 2. พัฒนาศักยภาพชาวนาและองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง โดยการสร้างศูนย์เรียนรู้การผลิตข้าวชุมชน การจัดทำหมู่บ้านลดต้นทุนการผลิตข้าว เป็นต้นว่า การจัดทำแปลงสาธิตและแปลงส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยวิธีต่าง ๆ เช่น การใช้เครื่องจักรกลในการปลูกข้าว การจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูข้าวชุมชน เพื่อเรียนรู้การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวอย่างชาญฉลาด เป็นต้น...
นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดนครสวรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง นครสวรรค์ สุรินทร์ อุดรธานีและ อำนาจเจริญ ซึ่งการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าว เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา โดยครั้งนี้ได้จัดขึ้น ณ ศูนย์ข้าวชุมชนหลัก บ้านดงมัน ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อถ่ายทอดวิธีการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสมเฉพาะในพื้นที่ โดยดำเนินการเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการลดต้นทุนการผลิตข้าว เปิดโอกาสให้ชาวนาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้กับพี่น้องชาวนา
สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนหลัก 1 แห่ง และศูนย์ข้าวชุมชนเครือข่ายอีก 10 แห่ง ซึ่งผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและกระจายให้เกษตรกรในชุมชนและพื้นที่ข้างเคียงได้จำนวน 1,480 ตัน ขยายผลการลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ 300 ไร่ คิดเป็นต้นทุนการผลิตข้าวที่ลดลงเฉลี่ย 2,236 บาทต่อตัน
...อย่างไรก็ตาม หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จะได้มีความร่วมมือในการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวให้กับชาวนาในพื้นที่นำร่องและขยายผลไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

