สำนักข่าวไทย

นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์

กรุงเทพฯ 31 ม.ค.- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเกษตรอินทรีย์ หวังพัฒนาส่งเสริมธุรกิจชีวภาพ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จัดสัมมนา เครือข่ายนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ สู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อเปิดตัวเครือข่ายนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลของเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากธุรกิจผลิตภัณฑ์อินทรีย์มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น สร้างมูลค่าทั่วโลกประมาณ 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาเติบโตร้อยละ 8 สหภาพยุโรปเติบโตร้อยละ 5 โดยในส่วนของไทย สนช.ได้มีการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจผลิตนวัตกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันมีธุรกิจเข้าร่วม 47 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาท อาทิ โครงการมังคุดอินทรีย์แช่แข็งเนื้อแดง เป็นนวัตกรรมผลักสารสีแดงเพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อมังคุด ทำให้มีเนื้อขาวเพิ่มขึ้น 5 เท่า โครงการน้ำหวานดอกมะพร้าวอินทรีย์เข้มข้น เป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาลมะพร้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ มีเกลือแร่สูง คนเป็นเบาหวานรับประทานได้ คาดว่าเครือข่ายนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์เป็นศูนย์กลางนำเสนอความรู้สู่ภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ข้าวถุงยังไม่ขึ้นราคาหลังโครงการรับจำนำไม่กระทบต้นทุน

กรุงเทพฯ 26 ม.ค. –นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวภายหลังการประชุมผู้ประกอบการว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ ราคาข้าวถุงยังไม่ปรับขึ้นราคา เนื่องจากราคารับจำนำข้าวหอมมะลิตามนโยบายรัฐบาลอยู่ที่ 15,000-20,000 บาท และข้าวขาวอยู่ที่ 12,000 บาทต่อตัน ยังไม่กระทบต้นทุนมากถึงขั้นต้องปรับขึ้นราคา

ส่วนไตรมาสที่ 2 นายสมเกียรติ กล่าวว่า คงต้องพิจารณาราคารับจำนำข้าวอีกครั้งว่าจะปรับขึ้นหรือไม่ หากยังคงเดิม ก็จะคงราคาข้าวถุงราคาเดิมต่อไป ซึ่งเห็นว่า ราคารับจำนำดังกล่าว ถือว่าเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ทั้งสร้างความพึงพอใจให้เกษตรกรและผู้ค้าข้าว แต่ยอมรับว่าในช่วงปลายปีที่แล้ว ที่รัฐบาลประกาศราคารับจำนำที่สูงขึ้นนั้น สร้างภาวะตื่นตระหนกให้ผู้ค้าข้าว จนมีการสตอกสินค้าไว้มากผิดปกติ จาก 2 เดือน เป็น 3 เดือน ซึ่งถือเป็นการตื่นตระหนกกันไปเอง และขณะนี้ได้เห็นแล้วว่า ไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนกระชากตัวมากจนเกินไป

สำหรับภาวะการบริโภคข้าวของคนไทย พบว่ามีการขยายตัวน้อยเพียงร้อยละ 1-2 ปีต่อเท่านั้น หรือคนละ 100 กิโลกรัมต่อปี มากเป็นอันดับ 7 ของอาเซียน ดังนั้นปีนี้สมาคมฯ จึงจะรณรงค์ให้คนไทยกินข้าวมากขึ้น หลังพบว่า คนไทยกินข้าวเพียงวันละ 1 มื้อ เพราะความเชื่อที่ว่ากินข้าวมากจะทำให้อ้วนซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ โดยในช่วงกลางปีนี้จะเริ่มจัดคอนเสิร์ตให้คนรุ่นใหม่หันมาบริโภคข้าวมากขึ้น ตั้งเป้าหมายให้การบริโภคในประเทศขยายตัวร้อยละ 10 หรือเพิ่มจาก 3 ล้านตัน เป็น 3.5 ล้านตันข้าวสาร

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ข้าวถุงยี่ห้อไทย มีโอกาสส่งขายในอาเซียน เพราะมีเทคโนโลยีการผลิตที่ดีกว่าทุกประเทศ มีการพัฒนาทั้งโรงสี พันธุ์ข้าว เกษตรกร และการปรับปรุงคุณภาพข้าว โดยเฉพาะข้าวถุงขนาด 5 กิโลกรัม ที่มีโอกาสส่งออกได้นับล้านตัน ขณะเดียวกันราคาข้าวในประเทศอาเซียนก็ไม่ได้ถูกกว่าประเทศไทย

รอ รมว.พาณิชย์คนใหม่เคาะราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม

ก.พาณิชย์ 23 ม.ค. - นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ ว่า มาตรการในการช่วยเหลือผู้เลี้ยงไก่ไข่ ทางกรมการค้าภายในจะนำเสนอมาตรการและนโยบายให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาวันพรุ่งนี้ (24 ม.ค.) ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ จำหน่ายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.20 บาทต่อฟอง ซึ่งราคาดังกล่าวยังต่ำกว่าต้นทุน โดยไข่คละจะอยู่ที่ 2.60-2.65 บาทต่อฟอง

อย่างไรก็ตาม หากราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มต่ำกว่าต้นทุนเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกษตรกรผู้ เลี้ยงไก่ไข่จำเป็นต้องปิดกิจการ ดังนั้น คงต้องรอฟังนโยบายว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการในการช่วยเหลืออย่างไร หากนโยบายต้องการให้ปรับราคาคละหน้าฟาร์มทางกระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะอนุมัติให้ปรับราคาคละหน้าฟาร์ม อาจจะเป็นการปรับแบบขั้นบันได ซึ่งในปีนี้ราคาไข่คละหน้าฟาร์มโดยรวมน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 2.60-2.70 บาทต่อฟอง จะทำให้ไข่ไก่เบอร์ 3 เฉลี่ยในท้องตลาดไม่เกินฟองละ 3 บาท

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเร่งระบายไข่ไก่ล้นตลาด และจากการที่ได้มีการนำเข้าแม่พันธุ์ไข่ไก่ส่งผลให้ผลผลิตไข่ไก่มีปริมาณ เพิ่มขึ้นจนล้นตลาด ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงร่วมกับทางเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการรณรงค์การบริโภคไข่ไก่และประกาศให้ปีนี้เป็นปีแห่งการบริโภคไข่ไก่ และในการประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้ (24 ม.ค.) กรมการค้าภายในจะนำไข่ไก่จำนวน 1,000 ฟอง ไปแจกจ่ายให้กับคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ในการดูแลราคาอาหารจานด่วน ซึ่งกรมการค้าภายในจะฟื้นโครงการรถเข็นธงฟ้า 1 จาน 1 อิ่ม ในราคา 20-25 บาท ซึ่งมีหลายเมนูให้เลือก เช่น ข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกระเพรา แกงป่า โดยเริ่มทดลองจำหน่ายที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำก่อนในเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากนั้นจะเร่งกระจายรถเข็นธงฟ้าไปตามชุมชน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ต่อไป

พบปลาชนิดใหม่ของโลกที่ป่าพรุโต๊ะแดง นราธิวาส

ทส. 16 ม.ค.- พบปลาหวีเกศพรุ ชนิดใหม่ของโลกที่พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการปลายปี 54 ระบุสถานภาพน่าห่วง

ดร.ชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ประจำโครงงานสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำ สำนักงานใหญ่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ปลาหวีเกศพรุ ซึ่งได้ค้นพบระหว่างการสำรวจพันธุ์ปลาในป่าพรุ จากแหล่งน้ำคลองปลักปลา ใกล้กับโครงการพัฒนาพิกุลทองในพระราชดำริ และคลองรอบ ๆ พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส มาตั้งแต่ปี 2538 เป็นปลาพรุชนิดใหม่ของโลก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pseudeutropius indigens และได้ตีพิมพ์เป็นทางการในวารสารนานาชาติ Zootaxa ในปลายปี 2554

ปลาหวีเกศพรุ มีลักษณะคล้ายปลาสังกะวาด แต่มีลักษณะเด่นคือ ส่วนหัวเล็ก มีซี่กรองเหงือกจำนวน 33-35 อันที่โครงแรก และมีครีบก้นค่อนข้างยาว มีก้านครีบก้น 37-41 ก้าน ปากเล็ก มีฟันแหลมซี่เล็กๆ จำนวนมาก หนวดเส้นยาวเรียว ทั้ง 4 คู่ ยาวเลยครึ่งของลำตัว เป็นปลาหนังขนาดเล็ก มีความยาวลำตัว ประมาณ 7 ซม. ชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาชนิดนี้ เป็นคำภาษาลาตินที่หมายความว่า “มีน้อยกว่า” จากลักษณะของจำนวนซี่กรองเหงือกและก้านครีบก้น ซึ่งมีน้อยกว่าของชนิดที่พบทางสุมาตรา P. moolenburghae ที่มีรูปร่างดูคล้ายกัน

ดร.ชวลิต กล่าวว่า ปลาหวีเกศพรุเป็นปลาที่พบน้อย แต่ก็ถูกจับไปขายเป็นปลาสวยงามเป็นครั้งคราวรวมกับปลาพรุชนิดอื่น ๆ หรือถูกจับปนไปกับปลาที่กินได้ขนาดเล็กต่าง ๆ พบอาศัยในบริเวณลำน้ำสาขา รอบๆ ป่าพรุโต๊ะแดง และในแม่น้ำสุไหงโก-ลก นอกจากนี้ ยังพบในบริเวณลำน้ำสาขาของแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำตาปี และอาจพบในแม่น้ำกลันตันของมาเลเซีย เป็นปลาหนังขนาดเล็กที่ชาวบ้านไม่ค่อยสนใจนัก มักถูกเรียกรวม ๆ ไปเป็นปลาผี หรือปลาก้างพระร่วง แต่อยู่ในวงศ์ปลาสังกะวาด Schilbeidae สกุล Pseudeutropius ที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ชนิด คือ 2 ใน 3 พบที่เกาะสุมาตรา และบอร์เนียว ได้แก่ ชนิด P. brachypopterus และ P. moolenburghae ส่วนอีกหนึ่งชนิด คือ P. mitchelli พบในทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย แต่มีการศึกษาถึงชีวประวัติของปลาในสกุลนี้น้อยมาก

ก.เกษตรฯพร้อมดำเนินการตามมติ กยน.

กระทรวงเกษตรฯ 30 ธ.ค.- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ จะเร่งปรับปรุงการจัดสรรน้ำทุกเขื่อน เพื่อรับมือฤดูน้ำหลากในปีหน้า คาดจะสามารถนำข้อมูลเสนอให้ กยน. ได้ในเดือนมกราคมปีหน้า

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า ในโอกาสช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยมีผู้บริหาร และข้าราชการ ร่วมกิจกรรมด้วย

ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. ให้หน่วยงานต่างๆ นำข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องในการวางแผนบริหารทรัพยากรน้ำ โดยกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแลเรื่องน้ำ เตรียมดำเนินการปรับปรุงการบริหารจัดการเขื่อนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งต้องมีการพิจารณาระบบการจัดสรรน้ำใหม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงของปี เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากน้ำตลอดทั้งปีมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมกราคม ปี 2555 โดยจะนำเสนอกับคณะกรรมการ กยน. พิจารณา

สำหรับการซ่อมแซม และปรับปรุง อาคารชลประทาน รวมทั้งสถานีสูบน้ำที่ได้รับความเสียหาย จะเร่งดำเนินการไปพร้อมกัน คาดว่าจะใช้เวลากว่า 1 ปี จึงจะแล้วเสร็จทั้งหมด

นอกจากนี้กระทรวงฯ เตรียมหาพื้นที่รับน้ำเพิ่มเติม โดยจะฟื้นฟูแหล่งน้ำและคูคลองที่ตื้นเขินให้รองรับน้ำได้เต็มศักยภาพ และปรับปรุงพื้นที่รับน้ำแห่งใหม่เพิ่มเติม เชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน

“กิตติรัตน์” เปิดทาง อคส.ขายข้าวให้อินโดนีเซีย

เมืองทองธานี 22 ธ.ค. - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีองค์การคลังสินค้า (อคส.) ตัดสินใจส่งมอบข้าวจำนวน 300,000 ตันให้อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่สัญญาเดิม โดยเป็นการตกลงขายข้าวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลชุดนี้ จะไม่มีการลงนามขายข้าวจำนวนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมาทั้ง อคส.กับอินโดนีเซียได้มีการแก้ไขร่วมกัน ซึ่งอินโดนีเซียยังมีความสนใจข้าวจำนวนดังกล่าวของไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถขายข้าวให้ได้ เพราะราคาข้าวที่ขายกับราคาข้าวในขณะนี้แตกต่างกันมาก ซึ่งหากจะปรับราคาให้เป็นราคาข้าวปัจจุบัน ทางอินโดนีเซียก็ไม่สามารถรับข้อเสนอดังกล่าวของไทยได้ ดังนั้น จึงมีการนำเสนอรายชื่อผู้นำเข้าข้าวของไทยให้ อคส.พิจารณา เพื่อให้เจรจา ซื้อข้าวกับผู้ส่งออกข้าวไทย โดยหลังจากเจรจาและต่อรองกับบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ มีบางบริษัทได้รับการรับรองเป็นผู้ส่งออกข้าวของกระทรวงพาณิชย์ แต่บางบริษัทไม่ได้อยู่ในบัญชีของรัฐหรือแม้แต่สมาคมผู้ส่งออกข้าวและบางรายอาจมีปัญหาการบริหารงานภายในบริษัทเอง แต่ อคส.ก็ได้คัดเลือกและสามารถหาซื้อข้าวส่งมอบด้วยราคาที่สามารถหาซื้อและส่งออกให้อินโดนีเซียได้ จึงเป็นไปตามหลักการที่กระทรวงพาณิชย์วางไว้และไม่ทำให้ประเทศไทยเสียหายก็สามารถดำเนินการได้ เพราะข้าวในสัญญา 300,000 ตันไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าวในโครงการภาครัฐ

นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า อคส.สามารถดำเนินเจรจาขายข้าวได้ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นการค้าตามปกติ แต่หากเป็นการนำข้าวที่อยู่ในโครงการของภาครัฐและภาครัฐจะส่งมอบหรือขายข้าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก่อน

ทช.คาดอีก 2-3 เดือนสภาพน้ำทะเลในอ่าวไทยจะดีขึ้น

ทช. 16 ธ.ค. - สถานการณ์น้ำท่วมสร้างผลกระทบให้กับสภาพท้องทะเลไทย หลังจากการเร่งระบายน้ำสู่ทะเล โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยใน จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ทำให้หอยสองฝาได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่สถานการณ์ขณะนี้เริ่มคลี่คลาย และคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 2-3 เดือน

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการเฝ้าติดตามมวลน้ำท่วมจำนวนมหาศาลที่เร่งระบายจากพื้นที่น้ำท่วมลงสู่ทะเลในช่วงนี้ในระยะ 70 กิโลเมตรจากฝั่งทะเล พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 15 กิโลเมตรแรก จากปากแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบกับกระแสน้ำที่พัดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ทำให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลด้าน จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี มีค่าความเค็มต่ำ และมีค่าออกซิเจนละลายในน้ำต่ำ ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยแมลงภู่ ขาดอากาศและตาย ส่วนสัตว์น้ำอื่นๆ สามารถว่ายหนีออกไปกลางทะเลได้

อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังมีน้ำขังที่จะต้องระบายลงสู่ทะเลอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังได้ฝากเตือนไปยังชาวประมงผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ในช่วงนี้ให้หยุดการเลี้ยงหอยไประยะหนึ่ง ส่วนผู้บริโภคสามารถบริโภคสัตว์น้ำอื่นๆ ได้ เนื่องจากสัตว์เหล่านี้จะว่ายไปยังแหล่งที่ปลอดภัย จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ธ.ก.ส.ร่วมกับซีพีพัฒนาพันธุ์ข้าวหลังน้ำลด

กรุงเทพฯ 30 พ.ย. - นายอรุณ เลิศวิไลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงนามร่วมกับนายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดของเกษตรกร ช่วยแก้ปัญหาหลังน้ำลด เนื่องจากผลกระทบอุทกภัยครั้งนี้เกษตรกรได้รับความเสียหายถึง 8 ล้านไร่ ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง 5 ล้านตัน จากเดิมในปี 2554 คาดว่าจะมีผลผลิต 25 ล้านตัน เหลือเพียง 20 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าคามเสียหาย 75,000 ล้านบาท สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนา 700,000 ครอบครัว

ทั้งนี้ ซีพีได้นำข้าวพันธุ์ผสมซีพี 111 ขายให้เกษตรกรราคาพิเศษ 47 บาทต่อกิโลกรัม โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญไปให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้เหมาะสมกับคุณภาพดิน โดยใช้เมล็ด 15 กิโลกรัมต่อไร่สำหรับนาดำ 6-7 กิโลกรัมต่อไร่นาหว่าน จากเดิมเกษตรกรต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 3-4 ถังต่อไร่ พันธุ์ดังกล่าวให้ผลผลิต 800-1,200 กิโลกรัมต่อไร่ จากปกติเกษตรกรจะมีผลผลิตเฉลี่ย 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ และพันธุ์ดังกล่าวยังช่วยแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งเกิดปัญหามากในภาคกลาง แต่ยอมรับว่าพันธุ์ข้าวที่ขายเกษตรกรนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์ในปีต่อไปอาจมีผลผลิตที่ลดลงไม่เหมือนซื้อโดยตรงกับซีพี

เล็งชงแผนจัดการน้ำส่ง กยน. 7 ธ.ค.นี้

กรุงเทพฯ 30 พ.ย.-รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการวางแผนและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาระยะสั้นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะมีการหารือถึงกรอบการดำเนินงานแก้ไขปัญหาระยะสั้น เพื่อนำเสนอให้ กยน.ชุดใหญ่ พิจารณาอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ โดยมีกรอบการดำเนินงานตามแผนงานที่ กยน.ตั้งไว้ 3 ส่วน คือ 1.การศึกษาวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และเตรียมมาตรการระยะสั้น ในช่วงเวลา 1-3 เดือน 2.การจัดทำแผนการดำเนินงานตามมาตรการระยะสั้น ในช่วงเวลา 6 เดือน และ 3.การจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำและกรอบการลงทุนด้านการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ ในช่วง 1 ปี โดยยุทธศาสตร์การดำเนินงานแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของ กยน.ที่ได้มีการตกลงกันไว้ จะยึดหลักการและแนวทางปฏิบัติตามแนวพระราชดำริที่ยึดหลักภูมิสังคม การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ใช้หลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ไม่ผูกติดกับตำรา ใช้ธรรมชาติเข้าช่วยธรรมชาติ

ขณะที่การจัดทำแผนระยะสั้น จะมีการวางระบบป้องกันน้ำท่วมรอบนิคมฯ เขตอุตสาหกรรม ชุมชนเมือง และพื้นที่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การชะลอน้ำด้วยระบบแก้มลิง คู และคลองธรรมชาติ การเร่งระบายน้ำด้วยมาตรการด้านผังเมือง การปรับปรุงระบบระบายน้ำในเมือง และการป้องกันด้วยการออกแบบและก่อสร้างเขื่อนพนังกั้นน้ำ รวมทั้งจัดระบบศูนย์เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัย โดยยึดหลักความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ส่วนแผนระยะยาว จะมีการจัดทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและกำหนด มาตรการดำเนินการในระยะยาว โดยยึดแนวพระราชดำริ ที่เน้นความพอเพียง กลมกลืนกับธรรมชาติ เน้นกระบวนการมีส่วนรวมของทุกฝ่าย ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่ใช้สิ่งก่อสร้างและไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง โดยมาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างสามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในการทำงานของรัฐ ทั้งเรื่องการพัฒนาเชิงพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมโยงแหล่งน้ำในรูปของโครงข่ายน้ำ การปรับปรุงระบบผังเมืองและการวางผังเมือง ผังภาค และผังประเทศ และกำหนดเขตการใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

การพัฒนาระบบข้อมูลน้ำของประเทศ โดยจัดให้มีคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนและตัดสินใจบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พร้อมปรับปรุงองค์กรด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีเอกภาพ และจัดให้มีแผนการจัดการเตรียมพร้อมรองรับกับกรณีฉุกเฉินจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งประกอบด้วย ด้านการอพยพผู้เดือนร้อน สถานที่ ระบบอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำประปาและไฟฟ้าสำรอง บริหารสุขภาพอนามัยต่าง ๆ ด้วย

พาณิชย์แจงพื้นที่ปลูกข้าวเสียหายแล้ว 8 ล้านไร่

กรุงเทพฯ 14 ต.ค. - นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมต่อพื้นที่ทางการเกษตรในขณะนี้ ภาพรวมเสียหายไปแล้ว 10 ล้านไร่ ส่วนพื้นที่เพาะปลูกข้าว ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่าเสียหายไปแล้ว 8 ล้านไร่ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณข้าวที่ได้รับความเสียหายในจากปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้เสียหายกว่า 6-7 ล้านตัน เนื่องจากพื้นที่หลักในการปลูกข้าวได้รับความเสียจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ปริมาณข้าวจะหายไป 6-7 แสนตัน สำหรับพื้นที่หลักที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อาทิ จ.พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไปปริมาณผลผลิตข้าวจะลดน้อยลงจากปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และหวังว่าผู้ประกอบการและประชาชนคงจะเข้าใจกับสภาพที่เกิดขึ้น ที่อาจส่งผลให้ข้าวในตลาดลดน้อยลง และส่งผลให้ราคามีการปรับตัวขึ้นบ้าง ซึ่งต้องเข้าใจด้วยว่าชาวนาลงทุนปลูกข้าวปีนี้ 2 ครั้ง แต่กลับได้ผลผลิตเพียงครั้งเดียวจากปัญหาน้ำท่วม

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าปัญหาน้ำท่วมจะส่งผลกระทบทำให้การส่งออกข้าวไทยลดลง ปลัดพาณิชย์ยืนยันว่า การส่งออกในขณะนี้ไม่มีปัญหาและไม่น่ากังวลแต่อย่างไร เนื่องจากยอดการส่งออกข้าว ณ ปัจจุบัน ไทยส่งออกข้าวไปแล้วกว่า 9 ล้านตัน ซึ่งเป็นยอดการส่งซื้อข้าวจากคำสั่งซื้อเดิม โดยราคาสั่งซื้อก็ยังเป็นราคาเดิม แต่อาจจะปรับขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการส่งออกหรือคำสั่งซื้อข้าวจากไทย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ต้องยอมรับว่าการส่งออกข้าวยังมีปัญหาบ้างเรื่องการขนส่ง เนื่องจากเป็นผลจากปัญหาน้ำท่วม อาทิ การขนส่งจากโกดังไปท่าเรือซึ่งยังมีปัญหาติดขัด แต่ความต้องการในการซื้อข้าวไทยก็ยังไม่มีปัญหา ซึ่งยังมั่นใจว่าการส่งออกข้าวในปีนี้จะทะลุ 10-11 ล้านตันอย่างแน่นอน สำหรับราคาข้าวในตลาดโลกขณะนี้ ราคาข้าวขาวไทยอยู่ที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่วนราคาข้าวของเวียดนามอยู่ที่ 570 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทั้งนี้ แม้ราคาข้าวไทยจะปรับขึ้นราคา แต่ยังมั่นใจลูกค้าเดิมของไทยยังคงสั่งซื้อข้าวไทย โดยเห็นจากประเทศไอวอรีโคสต์ สั่งซื้อข้าวจากไทยทะลุ 2 แสนตันในปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการสั่งซื้อข้าวไทยลดลง