สำนักข่าวแห่งชาติ

ครม.ผ่านร่างพ.ร.ฎ.ตั้งสถาบันบริหารธนาคารที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านร่างพระราชกฤษฎีกาตั้งสถาบันบริหารธนาคารที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหาร จัดการธนาคารที่ดิน องค์การมหาชน พศ..... เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งจะจัดตั้งธนาคารภายหลังจากที่จัดตั้งสถาบันดังกล่าว 3-5 ปีแล้ว และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการชุดต่างๆ

นายศุภชัย ยังแถลงถึงการรายงานผลการเยือนปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนของนายสุเทพ ว่า ทั้ง 2 ประเทศเห็นชอบร่วมกันในการจัดสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางจังหวัดหนองคาย กรุงเทพมหานคร - ปาดังเบซาร์ เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมตั้งนายสุเทพ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการตามที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเสนอ

กรมการข้าวร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยฯ ลงนามส่งเสริมและพัฒนาข้าวและชาวนาไทย

กรมการข้าวร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยฯ ลงนามส่งเสริมและพัฒนาข้าวและชาวนาไทยเพื่อความต่อเนื่องในการร่วมพัฒนา ศักยภาพความเป็นอยู่ของชาวนาไทยและความยั่งยืนของอาชีพทำนา

กรมการข้าว ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยฯ ลงนามส่งเสริมและพัฒนาข้าวและชาวนาไทย เพื่อความต่อเนื่องในการร่วมพัฒนาศักยภาพความเป็นอยู่ของชาวนาและความ ยั่งยืนของอาชีพทำนา

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยในโอกาสร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริม พัฒนาข้าวและชาวนาไทย ระหว่างกรมการข้าวกับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 โดยเพิ่มเวลาทำงานเป็น 5 ปี ในการประสานความร่วมมือเพื่อประกอบกิจกรรมหลัก 5 กิจกรรม ได้แก่ การจัดประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ การส่งเสริมและพัฒนาข้าวและชาวนาไทย การส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวไทย การอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์ข้าวไทย และการสร้างชาวนารุ่นใหม่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพความเป็นอยู่ของชาวนาไทย อนุรักษ์และคุ้มครองพันธุกรรมข้าวไทย วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมข้าวไทยอย่างครบวงจร รวมทั้งการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านข้าว ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การสร้างชาวนารุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพสูง ในการสืบทอดอาชีพทำนาได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้านนายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รู้สึกกังวลที่ปัจจุบันแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 9-10 ผู้ประกอบอาชีพทำนามีจำนวนลดลง เหลือเพียงร้อยละ 9 ของ GDP เมื่อเทียบกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจเดิม คือ 1-7 อัตราส่วนของผู้ประกอบอาชีพทำนามีสูงถึงร้อยละ 40 ของ GDP ในขณะที่ข้าวไทยสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้สูงถึงปีละ 1.5 แสนล้านบาท รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับนโยบายด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าวและชาวนาไทยมากยิ่งขึ้น

ที่ประชุมว่าด้วยโลกร้อนบรรลุข้อตกลงช่วยเหนือประเทศยากจน

แต่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่มีความคืบหน้า

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกที่ เมืองแคนคูนของเม็กซิโกสิ้นสุดลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยประเทศต่างๆ เห็นพ้องต้องกันที่จะจัดตั้งกองทุนเพื่อมอบเงินช่วยเหลือแก่ประเทศยากจนใน การจัดหาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญเรื่องการกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกภายใต้กรอบข้อตกลงในพิธีสารเกียวโตยังคงไม่คืบหน้า และต้องเลื่อนไปหารือกันอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไปที่แอฟริกาใต้ในปีหน้า

การประชุมภายใต้กรอบอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหา การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกหรือคอพ (COP) ครั้งที่ 16 ที่เมืองเมืองตากอากาศแคนคูนที่มีชายหาดอันมีชื่อเสียงของเม็กซิโกสิ้นสุดลง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังการหารือกันอย่างต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ โดยเกือบสองร้อยประเทศที่มาเข้าร่วมประชุมบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการที่จะจัด ตั้งกองทุนกรีนไครเมทฟันด์ เพื่อใช้เป็นทางในการระดมเงินทุนให้ได้มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มประเทศยากจนภายในปี 2563 อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะระดมเงินจำนวนเหล่านี้ด้วยวิธีใด

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นพ้องกับมาตรการต่างๆ ในการปกป้องป่าเขตร้อน ตลอดจนวิธีการต่างๆ ในการแบ่งปันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอีกด้วย รวมทั้งยังเห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ทั่วโลกโดยเฉลี่ยไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียสหรือราว 3.6 องศาฟาเรนไฮต์เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม หลังจากที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงต่างๆ เหล่านี้ในระหว่างการประชุมครั้งก่อนที่กรุงโคเปนเฮเกนเมืองหลวงของเดนมาร์ก

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเมืองแคนคูนยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาต่ออายุพิธีสารเกียวโต ซึ่งรวมถึงการขยายกรอบความร่วมมือและผลักดันให้เกิดการปฏิบัติที่เป็น รูปธรรมภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งกำหนดให้ชาติร่ำรวยเกือบ 40 ประเทศจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง นอกจากนี้ชาติที่มาร่วมประชุมก็ยังไม่อาจตกลงกันได้ว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาควรจะต้องกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เลยหรือไม่ หรือควรให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกำหนดขอบข่ายการปล่อยก๊าซชนิดนี้ให้ต่ำลง กว่านี้เสียก่อน

กรอบพันธกิจระยะแรกในพิธีสารเกียวโตจะหมดอายุลงในปี 2555 โดยข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้รวมจีนกับสหรัฐอเมริกาไว้ด้วยซึ่งเป็นสองประเทศที่ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลกเข้าไว้ด้วย เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้ลงนามในพิธีสารฉบับนี้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่น แคนาดา และรัสเซีย ต่างระบุว่า จะไม่สนับสนุนการต่ออายุพิธีสารเกียวโต และมีความต้องการจะแทนที่ข้อตกลงดังกล่าวด้วยกรอบความตกลงฉบับใหม่ที่มีทั้ง สหรัฐ จีน และอินเดียเข้าร่วมด้วย

ทางด้านนายเซี่ย เจิ้นหวา ผู้นำในการเจรจาสูงสุดของจีนในที่ประชุมครั้งนี้ กล่าวโดยมองโลกในแง่ดีว่า ข้อตกลงที่ทำกันคราวนี้แสดงให้เห็นว่าพิธีสารเกียวโตยังคงไม่หมดไปและในที่ ปีหน้าที่ประชุมที่แอฟริกาใต้จะอภิปรายและเจรจาในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับพันธ กิจช่วงระยะที่สองของพิธีสารเกียวโต

นายกรัฐมนตรี ระบุ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง ครั้งที่ 4...

นายกรัฐมนตรี ระบุ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง ครั้งที่ 4 เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนากลุ่มประเทศสมาชิกและประเทศอื่น

นายก รัฐมนตรี ระบุ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง ครั้งที่ 4 เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนากลุ่มประเทศสมาชิกและประเทศอื่น พร้อมย้ำ ต้องเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงการติดต่อของประชาชนในกลุ่มประเทศสมาชิก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิร วดี เจ้าพระยา แม่โขง หรือ ACMECS ครั้งที่ 4 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าการเข้าประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตนเอง โดยขอย้ำถึงพันธกิจกรณีของประเทศไทยที่มีต่อกรอบความร่วมมือ โดยสำหรับประเทศไทยแล้ว ACMECS ถือเป็นกรอบความร่วมมือที่มีลักษณะพิเศษ เนื่องจากเป็นเวทีหารือเฉพาะของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงโดยแท้จริง และการประชุมครั้งนี้ถือว่าอยู่ช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะเป็นเวลาที่หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาจำนวนมาก ได้ให้ความสนใจต่อคณะอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และจากวิสัยทัศน์ในช่วงเริ่มต้นก่อตั้ง ACMECS จะเห็นได้ว่ากลุ่มประเทศสมาชิกกำลังก้าวเข้าสู่ความเจริญรุ่งเรือง และการพัฒนาที่สมดุลร่วมกันในภูมิภาคบพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง โดยเห็นได้จากในตัวเลขการค้าของครึ่งปีแรกในปี 2552 มูลค่าการค้าของไทยกับประเทศ ACMECS เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 นอกจากนี้ ยังได้เห็นถึงการพัฒนาที่สำคัญในสาขาการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจน มากขึ้น ทั้งนี้ รู้สึกยินดีที่การประชุมในครั้งนี้ ผู้นำประเทศ ACMECS จะมีการหารือกับผู้แทนภาคธุรกิจ ACMECS ซึ่งภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งความคืบหน้าในความร่วมมือของกลุ่มประเทศสมาชิกในบางสาขาที่มีความ ก้าวหน้า เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งล่าสุดประเทศไทยได้เห็นชอบและอยู่ในแผนที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่โครงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า การพัฒนาเพียงโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอในการขนส่งสินค้า และการเดินทางของประชาชนในภูมิภาคได้อย่างเสรี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงด้านกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกควบคู่ไปด้วย โดยประเทศไทยได้พยายามเร่งรัดกระบวนการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่ง ข้ามพรมแดน และล่าสุดรัฐสภาของไทยได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการความตกลงการตรวจลงตรา เดียวภายใต้กรอบ ACMECS แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงทำให้ไทยพร้อมที่จะดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ 3 และส่งเสริมแนวคิด 5 ประเทศ 1 จุดหมาย นอกจากนี้ กลุ่มประเทศสมาชิกยังจะมีความร่วมมือทั้งในด้านสาขาการเกษตรกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย

ครม.รับหลักการมาตรการการช่วยเหลือชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดภาคใต้...

ครม.รับหลักการมาตรการการช่วยเหลือชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และวาตภัย เท่าเทียมกัน รายละ17,000 บาทต่อไร่

คณะรัฐมนตรี รับหลักการมาตรการการช่วยเหลือชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่ได้ รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย เท่าเทียมกัน รายละ 17,000 บาทต่อไร่ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติรับหลักการมาตรการการช่วยเหลือชาวสวนยางพาราที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัยและวาตภัย ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยเบื้องต้นจะให้ความช่วยเหลือเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในกองทุนสงเคราะห์ หรือไม่ นอกจากนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ศึกษารายละเอียดว่าจะมีการชดเชยหรือเยียว ยาอย่างไร ก่อนจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า ซึ่งเบื้องต้นมีการเสนอตัวเลขการจ่ายค่าชดเชย 11,000 บาทต่อไร่ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจ่ายเงินชดเชยอีก 6,000 บาทต่อไร่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

ทั้งนี้ในส่วนของยางพาราที่โค่นล้มได้มอบหมายให้ คณะกรรการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหรือ คชอ. กับสภาอุตสาหกรรมดำเนินการรับซื้อไม้พาราที่ล้ม นอกจากนี้จากการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีพบว่า มีการทำสวนยางพาราในพื้นที่ผิดกฎหมายและในพื้นที่ที่ไม่มีความเหมาะสมปลูก ยางพารา ซึ่งมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ไปศึกษาว่าจะไปดำเนินการอย่างไร นอกจากนี้ยังเปิดเผยตัวเลขความเสียหายจาก คชอ. ล่าสุดวันที่ 8 พฤศจิกายน ทีผ่านมา มีพื้นที่ความเสียหายทั้งหมด 540,000 ไร่ แยกเป็นอุทกภัย 460,000ไร่ และวาตภัย 52,000ไร่

ผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 10

ผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 10 ให้นานาประเทศกำหนดทิศทางหยุดยั้งความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

ผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 10 ให้นานาประเทศกำหนดทิศทางหยุดยั้งความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ เพื่อใช้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ

นางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานแผนนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 10 โดยมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะในการเข้าร่วมประชุม รวมถึงผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 18 -29 ตุลาคม ที่ผ่านมา และการประชุมระดับสูงในระหว่างการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ 27 -29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งจากการประชุมมีผลสำเร็จในการดำเนินการคือ 1. การรับรองพิธีสารเสริมนาโงยา – กัวลาลัมเปอร์ ว่าด้วยการรับผิดและการชดใช้ของพิธีสารคาร์ตาเฮนา ในการกำหนดกฎเกณฑ์และแนวทางระหว่างประเทศ เรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ การรับผิดชอบและชดใช้ ในส่วนของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายข้ามแดน 2. การรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมและการแบ่งปันผล ประโยชน์ อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม เพื่อใช้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงการรับรองแผนกลยุทย์ ไอจิ – นาโงยา ที่จะหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ภายในปี 2020 และในการประชุมครั้งนี้กระทรวงทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดนิทรรศการเรื่องมองความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ผ่านโครงการและกิจกรรมตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อาทิ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการป่ารักษ์น้ำ

นางนิศากร กล่าวว่า ในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลาย ทางชีวภาพในระดับโลกในช่วง 10 ต่อจากนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกประเทศจะต้องร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งความสูญเสีย ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการจัดทำแผนระยะสั้นเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงาน ระหว่างปี พ.ศ.2553-2555 ตลอดจนนำสาระตามแผนกลยุทธ์ ไอจิ – นาโงยา ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555 – 2559 ) ด้วย

เกษตรกรกว่า 5 แสนรายต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ ...

เกษตรกรกว่า 5 แสนรายต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประสบอุทกภัยอีกนับแสนราย

เกษตรกรกว่า 5 แสนรายต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประสบอุทกภัยอีกนับแสนราย ล่าสุดสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดประชุมชี้แจงเพื่อเริ่มดำเนินการนับตั้งแต่เดือนนี้

สำนักงาน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรีให้กับหัวหน้าสำนักงานสาขา 17 จังหวัดภาคเหนือ ณโรงแรมศิรินาถการ์เด้น จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวิชิต จันทะแจ้ง รักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นประธาน ทั้งนี้เพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพ เกษตรกร ชี้แจงขั้นตอนการฝึกอบรมเกษตรกรและผู้นำองค์กรเกษตรกร รวมทั้งหลักเกณฑ์การเสนอแผนหรือโครงการขององค์กรเกษตรกร ทั้งนี้จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ให้สำนักงานนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และ ฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรจำนวนประมาณ 510,000 ราย ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยประสานกับธนาคาร 4 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด ซึ่งคาดว่าจะมีเกษตรกรนับแสนรายที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ โดยได้เปิดให้สมัครสมาชิกกองทุนฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้รายละไม่เกิน 2 ล้าน 5 แสนบาท โดยกลุ่มแรกจำนวน 8 หมื่นราย จำนวนเงินกว่า 12,000 ล้านบาท และกลุ่มที่สอง 350,000 ราย จำนวนเงินกว่า 55,000 ล้านบาท โดยใช้วิธีตัดดอกทั้งหมด เงินต้นลดเหลือเพียงครึ่งเดียวและยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไปถึง 15 ปี

สำหรับเกษตรกรที่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้กับสำนักงานกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร ร้อยละ 30 อยู่ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมี 18,200 คน ขณะนี้มีเกษตรกรแจ้งเข้าร่วมโครงการแล้ว 12,000 คน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีถึงร้อยละ 40

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาแม่น้ำมูล ประสบปัญหาปลาตายจากโรคที่มากับน้ำ

กลุ่ม เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาแม่น้ำมูล ประสบปัญหาปลาตายจากโรคที่มากับน้ำนักจากสภาวะน้ำท่วมสูง ชาวบ้านที่เลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำมูลประสบปัญหา ปลาตายจากโรคที่มากับน้ำนักจากสภาวะน้ำท่วมสูง

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล ปลาทับทิม และปลาสวาย ในกระชังตามแนวลุ่มแม่น้ำมูล ต้องเจอปัญหาจากกระแสน้ำมูลที่ไหลแรง จนทำให้กระชังปลาหลุดขาด และนอกจากนี้ปลาที่เลี้ยงไว้ยังเจอโรคร้ายที่พัดมากับกระแสน้ำ มีอาการป่วยไม่กินอาหารและตายไปจำนวนหลายร้อยตัวต่อวัน กลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังตามแนวแม่น้ำมูลต้องประสบปัญหาปลาตายเป็นอย่างมาก โดยปลาที่เลี้ยงไว้ป่วยเป็นโรคเกล็ดขาว และโรคตัวแดง ซึ่งเกิดจากน้ำขุ่นรับเชื้อโรคจากดินโคลนที่พัดมากับกระแสน้ำจนทำให้ปลาไม่ ยอมกินอาหาร และบางตัวเกิดอาการทนต่อสภาวะไม่ไหวล้มตายไปจำนวนหลายร้อยตัวต่อวัน

นอกจากนี้ กระแสน้ำมูลที่ไหลแรงยังทำให้เจ้าของกระชังต้องนำกระชังเลี้ยงปลาผูกมัดติด กับต่อม่อสะพาน และตามหลักกั้นแนวตลิ่งแม่น้ำมูลด้วยเชือกขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันกระแสแม่น้ำมูลพัดกระชังหลุดลอยไป

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังวอนให้สำนักงานประมงจังหวัดเร่งมือเข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนต่อไป อังกฤษ/กรกช/ถวัลย์ / ทีมข่าว สวท.อุบลราชธานี สปข. 2 รายงาน / 30 ตุลาคม 2553

ธ.ก.ส. กำหนด 3 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เร่งแจกถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัย พร้อมกำหนด 3 มาตรการให้ความช่วยเหลือ

นายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า มาตรการเร่งด่วนที่เร่งดำเนินการขณะนี้คือการมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบ อุทกภัย ซึ่งตอนนี้ได้มอบไปแล้วกว่า 20,000 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท ส่วนปัญหาใหญ่ของเกษตรกร คือเรื่องหนี้สินนั้น ได้กำหนดเป็น 3 มาตรการ คือ กรณีเป็นหนี้เก่า หากได้รับความเสียหายรุนแรง หรือผลผลิตเสียหายเกินร้อยละ 50 ธ.ก.ส.จะขยายเวลาพักชำระหนี้ให้ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553 - 2555 โดยไม่คิดดอกเบี้ย และหลังน้ำลด เกษตรกรสามารถขอกู้ในวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท เพื่อฟื้นฟูอาชีพ ในอัตราดอกเบี้ยที่ลดให้จากปกติร้อยละ 3 ส่วนกรณีที่อยู่อาศัย ยุ้งฉาง หรือเครื่องจักรทางการเกษตรเสียหาย สามารถกู้เงินเพื่อปรับปรุงสภาพ ปลอดดอกเบี้ย 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 ถึง 3 ปีแรก คิดดอกเบี้ยในอัตราลดพิเศษ MRR-2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 4.75

รองผู้จัดการ ธกส. กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่เอกสาร หลักฐานต่างๆ ของเกษตรกรชำรุด สูญหาย ก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจาก ธ.ก.ส. มีฐานข้อมูลเกษตรกรลูกค้าทุกรายอยู่แล้ว และยังไม่จำเป็นต้องเร่งติดต่อแจ้งความเสียหายกับ ธ.ก.ส. เพราะหลังน้ำลดเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบให้ถึงที่

ครม.เห็นชอบหลักการร่างแถลงการณ์แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบหลักการร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 5 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 5 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Joint Statement of the Fifth Indonesia – Malaysia – Thailand Growth Triangle : IMT-GT, Final Draft) ในการประชุมระดับผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 17 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีสาระสำคัญ คือตระหนักถึงความสำคัญของแผนงานในการดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและ การปรับตัวต่อวิกฤตเศรษฐกิจของโลก และเชื่อว่าการเร่งรัดการดำเนินการตามแผนงานจะช่วยในการบรรลุเป้าหมายของอา เซียนในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจภายในปี 2558 พร้อมเน้นย้ำความสำคัญในการปรับปรุงกฎระเบียบด้านโลจิสติกส์ พิธีการศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และการตรวจสินค้า เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้กรอบดำเนินการของอาเซียน รวมทั้งยุทธศาสตร์ความร่วมมือ และแผนงานหลัก

ทั้งนี้ยังเป็นการยืนยันวิสัยทัศน์ร่วมในการเป็นประชาคมอาเซียนเพื่อ ดำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองร่วมกันในอนุภูมิภาค ร่วมกับอาเซียน ทั้งในการบรรลุตามเป้าประสงค์และการดำเนินการตามกฎบัตรอาเซียน โดยถือว่า IMT-GT เป็นส่วนหนึ่งของการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยจะดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียนต่อไป