แต่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่มีความคืบหน้า
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกที่ เมืองแคนคูนของเม็กซิโกสิ้นสุดลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยประเทศต่างๆ เห็นพ้องต้องกันที่จะจัดตั้งกองทุนเพื่อมอบเงินช่วยเหลือแก่ประเทศยากจนใน การจัดหาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญเรื่องการกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกภายใต้กรอบข้อตกลงในพิธีสารเกียวโตยังคงไม่คืบหน้า และต้องเลื่อนไปหารือกันอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไปที่แอฟริกาใต้ในปีหน้า
การประชุมภายใต้กรอบอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหา การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกหรือคอพ (COP) ครั้งที่ 16 ที่เมืองเมืองตากอากาศแคนคูนที่มีชายหาดอันมีชื่อเสียงของเม็กซิโกสิ้นสุดลง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังการหารือกันอย่างต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ โดยเกือบสองร้อยประเทศที่มาเข้าร่วมประชุมบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการที่จะจัด ตั้งกองทุนกรีนไครเมทฟันด์ เพื่อใช้เป็นทางในการระดมเงินทุนให้ได้มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มประเทศยากจนภายในปี 2563 อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะระดมเงินจำนวนเหล่านี้ด้วยวิธีใด
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นพ้องกับมาตรการต่างๆ ในการปกป้องป่าเขตร้อน ตลอดจนวิธีการต่างๆ ในการแบ่งปันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอีกด้วย รวมทั้งยังเห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ทั่วโลกโดยเฉลี่ยไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียสหรือราว 3.6 องศาฟาเรนไฮต์เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม หลังจากที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงต่างๆ เหล่านี้ในระหว่างการประชุมครั้งก่อนที่กรุงโคเปนเฮเกนเมืองหลวงของเดนมาร์ก
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเมืองแคนคูนยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาต่ออายุพิธีสารเกียวโต ซึ่งรวมถึงการขยายกรอบความร่วมมือและผลักดันให้เกิดการปฏิบัติที่เป็น รูปธรรมภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งกำหนดให้ชาติร่ำรวยเกือบ 40 ประเทศจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง นอกจากนี้ชาติที่มาร่วมประชุมก็ยังไม่อาจตกลงกันได้ว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาควรจะต้องกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เลยหรือไม่ หรือควรให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกำหนดขอบข่ายการปล่อยก๊าซชนิดนี้ให้ต่ำลง กว่านี้เสียก่อน
กรอบพันธกิจระยะแรกในพิธีสารเกียวโตจะหมดอายุลงในปี 2555 โดยข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้รวมจีนกับสหรัฐอเมริกาไว้ด้วยซึ่งเป็นสองประเทศที่ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลกเข้าไว้ด้วย เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้ลงนามในพิธีสารฉบับนี้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่น แคนาดา และรัสเซีย ต่างระบุว่า จะไม่สนับสนุนการต่ออายุพิธีสารเกียวโต และมีความต้องการจะแทนที่ข้อตกลงดังกล่าวด้วยกรอบความตกลงฉบับใหม่ที่มีทั้ง สหรัฐ จีน และอินเดียเข้าร่วมด้วย
ทางด้านนายเซี่ย เจิ้นหวา ผู้นำในการเจรจาสูงสุดของจีนในที่ประชุมครั้งนี้ กล่าวโดยมองโลกในแง่ดีว่า ข้อตกลงที่ทำกันคราวนี้แสดงให้เห็นว่าพิธีสารเกียวโตยังคงไม่หมดไปและในที่ ปีหน้าที่ประชุมที่แอฟริกาใต้จะอภิปรายและเจรจาในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับพันธ กิจช่วงระยะที่สองของพิธีสารเกียวโต