มติชน 16 มิ.ย. 51 - กำหนดท่าที - คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเองชน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ฯลฯ จัดประชุมสภาประชาชนสมัยวิสามัญ ในญัตติ "ข้าวยากหมากแพง" ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน
เครือข่ายคนจน 20 องค์กรชุมนุมใหญ่ 24 มิ.ย. จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค้านรัฐแจกคูปอง บอกตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แถมทุจริตคนใน"รบ."ได้กันเอง ชูซื้อ"ปตท."คืนแก้น้ำมันแพง ธ.ก.ส.ชงเกษตรกรที่ได้พักหนี้เอี่ยวคูปองคนจน ชี้กว่า 60% จนซ้ำซาก คลังเล็งให้พวก"เกษียณอายุ-ตกงาน"
@ "สมัคร"บอก"เลี้ยบ"แจงเองคูปอง
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" 57 นโยบายออกคูปองช่วยเหลือคนจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจกคูปอง เพราะผู้เกี่ยวข้องกำลังหาหนทางว่าจะทำอย่างไร จะโอนเงินเข้า หรือจะเอาเงินสด ซึ่ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะอธิบายในเรื่องนี้เอง
@ ธ.ก.ส.เจาะข้อมูลพักหนี้ให้คูปอง
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารได้อนุมัติให้ฝ่ายสินเชื่อออกสำรวจข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเกษตรกรเป้าหมายที่มีสิทธิเข้าโครงการพักชำระหนี้กว่า 3.3 แสนรายในเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้และผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพสูงในรูปคูปองหรือเงินสดของกระทรวงการคลัง โดยข้อมูลเบื้องต้นก่อนหน้านี้มีความว่าแต่ละคนมีหนี้สินและความยากจนอย่างไร ซึ่งน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในนโยบายการให้คูปองคนจนได้ จึงจะศึกษาข้อมูลเชิงลึกต่อไปถึงรายรับ รายจ่าย หนี้สินของแต่ละราย ซึ่งจะทำให้ทราบว่ามีกลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อนมากน้อยเพียงไร ควรให้ความช่วยเหลืออย่างไร เป็นเงินเท่าไหร่ โดยจะนำข้อมูลเสนอรัฐมนตรีคลังพิจารณาประกอบกับข้อมูลอื่นเพื่อสรุปมาตรการช่วยเหลือภายในกลางเดือนกรกฎาคมนี้
@ ชี้กว่า60%เกษตรกรจนซ้ำซาก
"บอร์ดเห็นว่าข้อมูลของธนาคารน่าจะมีประโยชน์ และสามารถตรวจสอบได้ว่าเกษตรกรมีตัวตนจริง และมีหนี้สินหรือได้รับความเดือดร้อนจริง เพราะเมื่อนำข้อมูลไปสอบทานกับตัวเลขบัตรประชาชน พบว่าใน 3.3 แสนรายนี้มีถึง 50% ที่เคยลงทะเบียนคนจนไว้ในปี 2546 และแม้จะผ่านมาหลายปีก็ยังคงจนเหมือนเดิม และ 60% เคยเข้าโครงการพักชำระหนี้ครั้งแรกจึงจัดว่ากลุ่มนี้ยังคงจนซ้ำซากจริงและรัฐบาลควรช่วยเหลือเพิ่มเติม" แหล่งข่าวกล่าว และนอกจากนี้ ยังพบว่า ในกลุ่มนี้มีเกษตรกรที่ไม่สามารถประกอบกอบอาชีพได้ เช่น พิการ เป็นคนแก่ที่ไม่สามารถทำงานได้แล้ว แต่ถูกทิ้งไว้ลำพัง และเป็นโรคเรื้อรัง ประมาณ 8 พันคน ซึ่งควรให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน และมีกลุ่มที่ไม่มีที่กินและมีหนี้สินรุงรังยากต่อการฟื้นฟูอาชีพได้ อีกประมาณ 2 หมื่นคน โดย ธ.ก.ส.พร้อมที่จะเปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อผ่านเงินของรัฐบาลไปถึงผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นรายเดือน ซึ่งสามารถตรวจสอบและป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตได้
@ คลังเล็งช่วยกลุ่ม"เกษียณ-ตกงาน"
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การศึกษากลุ่มที่ได้รับผลกระทบในภาวะค่าครองชีพสูง เบื้องต้นพบว่า ผู้เกษียณอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีรายได้ติดลบเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อปัจจุบัน ขณะที่กลุ่มอื่นๆ ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ในสัดส่วนที่น้อย จึงน่าจะเป็นกลุ่มที่รัฐบาลช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่ตกงานและกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำด้วย ส่วนกลุ่มที่มีงานทำหรือมนุษย์เงินเดือนนั้น อาจไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั่วถึง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่จะใช้งบกลางที่เหลืออยู่จำนวนหนึ่ง หรืออาจโยกงบฯอื่นที่เบิกมีการเบิกจ่ายช้ามาใช้ในโครงการนี้แทน แต่เชื่อว่าไม่มากนัก
แหล่งข่าวกล่าวยอมรับว่า ไม่ว่าจะช่วยในรูปการให้คูปองหรือเงินสด ต่างมีข้อเสียหรือจุดรั่วไหลเหมือนกัน จึงควรดูแบบอย่างของต่างประเทศประกอบด้วย เช่น หากเป็นคูปองที่กำหนดให้ใช้แลกซื้อข้าวอย่างเดียว บางกลุ่มอาจไม่ได้ประโยชน์ เพราะมีข้าวกินแต่ไม่มีเงินซื้ออย่างอื่น แต่หากให้เป็นเงินสด ก็ตรวจสอบไม่ได้ว่าจะนำไปใช้ซื้อสินค้าจำเป็นจริงหรือไม่ เพราะอาจนำไปซื้อเหล้าบุหรี่หรือเล่นหวยได้ จึงต้องกำหนดรูปแบบ วิธีการให้ชัดเจน รวมถึงต้องมีฝ่ายกำกับดูแลและตรวจสอบก่อนจะทำโครงการแม้จะยอมรับว่าไม่สามารถป้องกันได้ 100% ก็ตาม
@ คนจนลั่น24มิ.ย.ชุมนุมใหญ่ไล่รบ.
วันเดียวกัน ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์กรเอกชนประมาณ 20 แห่ง เช่นคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเองชน (กป.อพช.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ฯลฯ ได้จัดประชุมสภาประชาชนสมัยวิสามัญในญัตติ "ข้าวยากหมากแพง" มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 150 คน โดยนางประทิน เวคะวากยานนท์ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า ตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา ราคาข้าวของเพิ่มขึ้นร้อยเปอร์เซ็น ทำให้พวกตนซึ่งอยู่ในสลัมได้รับความเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะข้าวสารที่พุ่งสูงมาก
"พี่น้องในสลัมไม่มีเงินเดือน แต่ได้ค่าจ้างเป็นรายวัน ถ้าเอาเงินเดือนมาเป็นตัววัดก็ไม่เป็นธรรม ตอนนี้ไม่รู้ว่ารัฐบาลเอามาตรฐานตรงไหนมาวัดว่าเป็นคนจน และการที่รัฐบาลบอกว่าจะให้เรียน 12 ปีแต่ไม่เคยเห็นเรียนฟรีเลย เพราะผู้ปกครองต้องเสียค่าบำรุงอื่นให้โรงเรียน แทนที่จะแก้ปัญหารัฐบาลกลับตั้งท่าแต่แก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่อยากเสนอคือให้รัฐบาลดูเรื่องการเก็บภาษีคนรวย เช่น ที่ดิน แล้วนำมาเป็นสวัสดิการให้คนจน ถ้ารัฐบาลอยากอยู่นานต้องฟังเสียงคนเล็กคนน้อยและแก้ปัญหาให้ชาวบ้านซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ อยากให้แก้ปัญหาให้ถูกจุด คูปองอย่าไปทำเลยนอกจากจะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแล้ว ยังเกิดปัญหาการทุจริตและเชื่อว่าคูปองนี้จะกระจุกตัวอยู่แต่ในกลุ่มของรัฐบาลเอง ถ้ารัฐบาลยังไม่แก้อะไรให้ดีขึ้น วันที่ 24 มิถุนายนนี้ ต้องเจอแน่ แต่ถ้าวันที่ 24 ยังไม่แก้อีก เราอาจเข้าไปรวมกับกลุ่มพันธมิตรในการขับไล่รัฐบาล" นางประทินกล่าว
นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ ประธานเครือข่ายคนไร้บ้าน กล่าวว่า การออกคูปองให้คนจนก็เหมือนกับสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ให้คนไปลงทะเบียนคนจนแล้วบอกว่าคนจนจะหมดไป ซึ่งก็หมดจริงๆ คือตายไปทีละคนสองคน มาครั้งนี้รัฐบาลให้เอาเลข 13 หลักในบัตรประชาชนด้วยแล้ว พวกตนคนไร้บ้านไม่มีบัตรประชาชนจะทำอย่างไร
"พวกเรามีแนวคิดว่าควรมีการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างคนจนในเมืองกับคนจนในต่างจังหวัด เช่น ข้าวจากชุมชนชนบทให้ส่งตรงมาที่ชุมชนในเมืองเลย จะได้ไม่ต้องเสียส่วนต่างให้พ่อค้าคนกลาง คนในชนบทก็ได้ราคาดีขั้น คนจนในเมืองก็ได้ราคาถูกกว่าในท้องตลาด" นายสุชินกล่าว
@ ให้ซื้อคืน"ปตท."แก้น้ำมันแพง
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ซื้อบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คืน เพราะขณะนี้ปัญหาราคาน้ำมันไม่มีทางออกแล้ว นอกจากซื้อคืน ปตท.อย่างเดียว เพราะกำไรทั้งหมดไปตกกับผู้ถือหุ้น แทนที่จะเอามาช่วยคนจน ปัจจุบันนี้ ปตท.ดูดเลือดดูดเนื้อจากประชาชนทุกหยด แถมตอนนี้ทำท่าจะผูกขาดให้ใช้ก๊าซเอ็นจีวี แทนที่จะใช้ก๊าซแอลพีจี เพราะ ปตท.ต้องการเอาไปส่งออก นอกจากนี้ อยากเสนอให้ปฏิรูประบบคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ไม่ควรเป็นของนักการเมืองซึ่งมีตัวอย่างชัดเจนคือคณะกรรมการขององค์การเภสัชกรรม ที่นักการเมืองเปลี่ยนคณะกรรมการชุดเก่าที่ทำกำไรออก แล้วตั้งคนของตัวเองแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น ปรากฏว่า มีสมาชิกหลายคนแสดงความเห็นด้วยที่ให้ซื้อหุ้น ปตท.คืนมาเป็นของรัฐ และให้มีการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง และหลังเสร็จสิ้นการประชุมได้มีการออกแถลงการณ์ของเครือข่ายประชาชน ในการจัดการชุมนุมใหญ่วันที่ 24 มิถุนายน ในหัวข้อ "หยุด!!! น้ำมันแพง หยุด!!! สินค้าราคาแพง ประกันราคาผลผลิตที่เป็นธรรม ค่าแรงต้องสมดุลค่าครองชีพ" โดยระบุว่า ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาล ก๊าซหุงต้ม มีราคาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ราคาน้ำมันแพงขึ้น ค่าโดยสารรถก็สูงขึ้น แต่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเพียง 2-11 บาท ขณะที่ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำและผันผวน และการแก้ปรากฏการณ์ข้าวยากหมากแพง ไม่สามารถทำได้ด้วยการปล่อยตามกลไกตลาด รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช จึงต้องมีการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม มีกลไกป้องกันการทุจริต ไม่เพียงสร้างคะแนนเสียงทางการเมืองเท่านั้น
@ เผยแผน12ข้อ-ตั้งคณะทำงานคุม
นางกิมอัง พงษ์นารายณ์ ผู้แทนคณะทำงานจากสภาเครือข่ายองค์กรประชาชน แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้ประกาศแผนปฏิบัติการรวม 12 ข้อ เช่น ผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดิน โดยบังคับใช้กฎหมายการเช่าที่ดินเพื่อคุ้มครองชาวนาอย่างจริงจัง เคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อหยุดการบังคับคดียึดที่ดินเกษตรกรเพื่อขายทอดตลาด และเร่งรัดโอนหนี้สินเกษตรกรเข้าสู่ระบบกองทุนฟื้นฟู ร่วมกันต้านต่างชาติที่เข้าครอบครองที่ดิน ต่อต้านการส่งเสริมพืชจีเอ็มโอและคัดค้านพันธุ์ข้าวลูกผสมที่นำไปสู่การผูกขาดและปัญหาอื่นๆ สร้างระบบแลกเปลี่ยนผลผลิตระหว่างเครือข่าย ชุมชน และส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม สร้างฐานข้อมูล ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและทางออกที่เกี่ยวกับฐานทรัพยากร การเกษตร และอาหารระหว่างเครือข่าย และผลักดันให้คนจนเมืองได้รับหลักประกันในเรื่องการเข้าถึงอาหาร เป็นต้น
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีกล่าวว่า ที่ประชุมได้ตกลงจะจัดตั้ง "คณะทำงานประชาชนเพื่อความมั่นคงและอธิปไตยทางอาหาร" ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้แผนปฏิบัติการดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง โดยจะมีองค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันทางวิชาการ จำนวนมากให้การสนับสนุน ทั้งนี้ ในวันที่ 24 มิถุนายน เครือข่ายของเกษตรกรและองค์กรภาคประชาชนจะจะเข้าร่วมชุมนุมเรียกร้องร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาคและเครือข่ายผู้ใช้แรงงานด้วย
@ เอดีบีชี้ไทยเสี่ยงเงินเฟ้อ11%
เอพีรายงานว่า นายราจัต เอ็ม.แน็ก กรรมการผู้จัดการธนาคการเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ออกมาเตือนว่า เอเชียกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทั้งจากราคาอาหารและน้ำมัน โดยคาดว่า เศรษฐกิจเอเชียรวมถึงญี่ปุ่นในปีนี้จะเติบโต 7.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเฟ้อปีนี้ของเอเชียน่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมที่ เอดีบีเคยคาดไว้ในเดือนเมษายน ที่ 5.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยประเทศที่เผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อมากที่สุดในเอเชีย คือเวียดนาม ที่ 25 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือไทย สิงคโปร์ อินเดีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่คาดว่าจะมีอัตราเงินเฟ้อ 7.5-11 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขดังกล่าวถือว่าอันตราย และน่าวิตกกังวลอย่างมาก ที่สำคัญกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อมากที่สุดคือคนยากจน
@ ระบุคนจนถูกคุกคามหนัก
นายแน็กเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งมีตั้งแต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ย การประกาศให้ธนาคารพาณิชย์กันสำรองเพิ่มขึ้น ไปจนถึงการรับประกันความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน
ปัจจุบันกว่า 2 ใน 3 ของคนยากจนทั่วโลกอยู่ในทวีปเอเชีย โดยทศวรรษที่ 90 รัฐบาลประเทศต่างๆ ประสบความสำเร็จในการลดจำนวนคนยากจนลงจาก 33 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 19 เปอร์เซ็นต์ แต่ความพยายามดังกล่าวกำลังถูกคุกคาม เพราะภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกในขณะนี้