มติชน 2 ก.ค. 51 - "มิ่งขวัญ"หน้าแตกอีก ครม.เด้งข้อเสนอให้ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้โรงสีเอกชนไปจ่ายค่ารับซื้อข้าวเปลือกเหนียว อ้างไม่สมควร ให้ไปหารือในคณะ กก.ข้าวใหม่ "สมศักดิ์-บรรยิน" จับมือซักค้าน ด้าน ธ.ก.ส.ไม่กล้าปล่อยกู้ หลักทรัพย์ค้ำประกันต่ำ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อให้แก่โรงสีศิริภิญโญ แล้วเห็นว่าการจะให้ ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อแก่โรงสีดังกล่าวถือเป็นเรื่องไม่สมควร ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ไม่เคยปล่อยกู้ในลักษณะนี้
นางสาวศุภรัตน์กล่าวว่า ข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าว สืบเนื่องจากโรงสีแห่งนี้ได้เข้าไปช่วยรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวจากเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ ตามที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มอบหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวนาที่มีการชุมนุมปิดถนนเรียกร้องให้รัฐรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวในช่วงที่ผ่านมา ในลักษณะของการใช้ข้าวเปลือกเหนียวที่ โรงสีรับซื้อจากเกษตรกร ในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม-16 มิถุนายนนี้ ประมาณ 40,000 ตัน เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วน เพื่อให้โรงสีแห่งนี้นำเงินจ่ายให้แก่เกษตรกรที่โรงสีค้างชำระ 6,321 ราย วงเงิน 366 ล้านบาท ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. และธนาคารไทยพาณิชย์ (ผู้ให้กู้เดิมของโรงสีแห่งนี้) ร่วมกันตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวเปลือกเหนียวที่โรงสีแห่งนี้รับซื้อไว้
นางสาวศุภรัตน์กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์กลับไปหารือในที่ประชุม คณะกรรมการ กขช. อีกครั้งว่าจะมีวิธีการใดที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหานี้ รวมทั้งให้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) พิจารณาแก้ไขปัญหานี้ด้วย รวมทั้งเร่งวางแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินด้วย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในระหว่างการประชุม ไม่ได้มีการลงลึกข้อมูลเกี่ยวกับโรงสีศิริภิญโญว่าใครเป็นเจ้าของ แต่เท่าที่ทราบช่วงที่เกิดปัญหาราคาข้าวเปลือกเหนียวตกต่ำ โรงสีหลายแห่งไม่สามารถรับซื้อได้ เนื่องจากมีปริมาณข้าวเปลือกเหนียวจำนวนมาก รวมถึงมีปัญหาความชื้นเกิน 30% โรงสีศิริภิญโญจึงเสนอตัว ว่าพร้อมจะช่วยเหลือรับซื้อข้าวให้ โดยไม่มีเงื่อนไข แต่เมื่อดำเนินการไปแล้วเกิดปัญหาเรื่องสภาพคล่อง
ถามว่า เป็นความจริงหรือไม่ที่โรงสีแห่งนี้เป็นของนักการเมืองรายหนึ่ง นายณัฐวุฒิไม่ตอบคำถามอะไร อ้างเพียงแค่ว่าไม่มีข้อมูลเหมือนกัน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในระหว่างการพิจารณา รัฐมนตรีหลายคนต่างแสดงความเห็นคัดค้านที่จะให้ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อให้กับโรงสีแห่งนี้ เนื่องจากการกรณีนี้เกิดขึ้นจากราคาข้าวเปลือกเหนียวตกต่ำ และอธิบดีกรมการค้าภายในชักชวนโรงสีแห่งนี้ไปรับซื้อราคาตันละ 8 พันบาท ความชื้น 30% โดยรับปากเกษตรกรจะจ่ายเงินใน 15 วัน แต่เมื่อถึงเวลาไม่มีเงินจ่าย จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์แจ้ง ธ.ก.ส.ขออนุมัติสินเชื่อเพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้ จึงถูกคัดค้านในที่ประชุม ครม. เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และราคารับซื้อดังกล่าวขัดมติ ครม.ที่ให้ซื้อข้าวความชื้นไม่เกิน 20% ในราคาตันละ 7 พันบาท นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ได้แจ้งว่า คุณภาพข้าวในโรงสีแห่งนี้ ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อตามวงเงินที่โรงสีและกระทรวงพาณิชย์เสนอมา เนื่องจากนำหลักทรัพย์มาค้ำเพียง 2 ล้านบาท แม้ว่าธนาคารไทยพาณิชย์เจ้าหนี้โรงสีดังกล่าวจะยืนยันว่าเป็นลูกค้าชั้นดี และกรมการค้าภายในจะชี้แจงว่าโรงสีแห่งนี้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวเปลือกเหนียวก็ตาม
"การพิจารณาเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด โดยนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทักท้วงว่า มติ กขช. เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ใช่การเสนอเรื่องให้ขอเงินไปช่วยเหลือโรงสี แต่นายกฯ มอบหมายให้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธ.ก.ส. ไปร่วมกันตรวจสอบจำนวนข้าวเปลือกเหนียวและคุณภาพข้าวที่ยังเหลืออยู่ในสต๊อคของโรงสีเท่านั้น ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซักถามข้อมูลมากที่สุด โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าทำไมการดำเนินงานเรื่องนี้ต้องเป็นโรงสีศิริภิญโญ" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า โรงสีศิริภิญโญอ้างว่า เก็บข้าวเปลือกเหนียวที่ซื้อจากเกษตรกรไว้ในโรงสี 7 แห่ง ซึ่งนอกจากข้าวเปลือกเหนียว 3 หมื่นกว่าตัน ยังมีข้าวสารเหนียว 856 ตัน ปลายข้าวหักใหญ่ 177 ตัน และปลายข้าวหักเล็ก 27 ตัน อย่างไรก็ตาม ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ได้ร่วมตรวจสอบตามมติ กขช. มีเพียงหนังสือยืนยันว่า โรงสีศิริภิญโญได้นำข้าวเปลือกและข้าวสารเหนียวเป็นหลักประกันสินเชื่อเก็บไว้ที่โรงสีศิริภิญโญแห่งเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า โรงสีศิริภิญโญ ตั้งอยู่ที่ 8/2 หมู่ 4 ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นของนายพิเชษฐ โตนิติวงศ์ แต่เมื่อโทรศัพท์ถึงนายพิเชษฐ มีผู้หญิงที่แจ้งว่าเป็นภรรยาของนายพิเชษฐรับสาย อ้างว่านายพิเชษฐเดินทางไปจีน แต่ไม่แน่ใจว่าร่วมเดินทางไปกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกฯ ที่เดินทางร่วมกับคณะนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีไปเมืองจีนหรือไม่
วันเดียวกัน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกเหนียวนาปรังปี 2551 ชาวเชียงใหม่ ประมาณ 200 คน ร่วมกับเกษตรกรบางส่วนจาก จ.ลำพูน ชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทวงถามและติดตามค่าข้าวเปลือกเหนียว ที่เกษตรกรจำหน่ายให้แก่โรงสีศิริภิญโญ จ.ฉะเชิงเทรา ที่มารับซื้อข้าวตามนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เกษตรกร 3,308 ราย ยังไม่ได้รับเงิน 115,352,508 บาท

