นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่าข้าวเป็นสินค้าธัญพืชที่ได้รับความนิยมในตลาดสวิตเซอร์แลนด์มากขึ้นเนื่องจากมีการวิจัยในยุโรปว่าข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ และเนื่องจากสวิสเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป ปัจจัยสำคัญของข้าวที่จะได้รับความนิยมและสามารถจำหน่ายในสวิสได้คือต้องเป็นข้าวคุณภาพสูงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ฯลฯ ซึ่งหากผู้ส่งออกใช้ข้อมูลดังกล่าว โดยเน้นคุณประโยชน์ต่าง ๆ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดีนอกจากข้าวเพื่อการบริโภคแล้ว สวิสยังมีการนำเข้าข้าวเพื่อเป็นอาหารสัตว์ด้วย โดยสวิสนำเข้าข้าวเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการในภาคปศุสัตว์ด้วยเช่นกัน
“ชาวสวิสให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าสูงที่สุดมากกว่าปัจจัยด้านราคา ทำให้ตลาดข้าวของสวิสมีการแข่งขันสูง โดยเป็นการแข่งขันทั้งจากแหล่งผลิตข้าวแต่ละประเภท และการแข่งขันระหว่างผู้นำเข้า สินค้าที่มีคุณภาพสูงเท่านั้นจึงจะดึงดูดความสนใจและสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้ อีกทั้งชาวสวิสนิยมทำธุรกิจแบบระยะยาว โดยเน้นการทำธุรกิจกับผู้นำเข้าน้อยรายที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งสินค้าคุณภาพสูงได้อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างทั่วถึง” นางนันทวัลย์ กล่าว
นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการอาวุโส สคต.แฟรงก์เฟิร์ต กล่าวเพิ่มเติมว่าด้วยปัจจัยทางภูมิประเทศและภูมิศาสตร์สวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ดังนั้น ข้าวจึงเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าแต่เพียงอย่างเดียวการบริโภคข้าวของประชากรในสวิสจะบริโภคข้าวเป็นประเภทคือ 1.ข้าวสำหรับการบริโภค ได้แก่ข้าวขาวที่ผ่านการขัดสำเร็จหรือกึ่งสำเร็จ (รวมถึงข้าวหอมมะลิด้วย) ข้าวกล้อง ข้าวที่กะเทาะเปลือกแล้วแต่ยังไม่ได้ขัด 2.ข้าวสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ ได้แก่ปลายข้าว ข้าวหักข้าวเปลือก ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์ประมาณร้อยละ 5 เป็นต้น
สำหรับตลาดในสวิสนั้น ช่องทางการจัดจำหน่ายข้าวที่สำคัญได้แก่ ร้านซุปเปอร์มาเก็ต/ไฮเปอร์มาเก็ต/ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งขนาดใหญ่ ร้านเอเชียซึ่งลูกค้าส่วนมากเป็นชาวเอเชียและร้านอาหารเอเชีย เป็นต้น จากสถิติการนำเข้าข้าวของสวิตเซอร์แลนด์ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2551-2553) สวิสนำเข้าข้าวจากทั่วโลกโดยเฉลี่ยคิดเป็นมูลค่าปีละประมาณ 73.28 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,418 ล้านบาท สำหรับการนำเข้าข้าวของสวิสในเดือนม.ค.-พ.ย. 2554 สวิสนำเข้าข้าวรวมมูลค่าทั้งสิ้น 90.97 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.12 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 36.07 เมื่อเทียบกับปีก่อนระยะเวลาเดียวกันและสถิติการส่งออกข้าวไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ ไทยยังคงเป็นประเทศคู่ค้าอันดับต้นๆของสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีมูลค่าการส่งออก 16.28 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตราการขยายตัวร้อยละ 22.48 ซึ่งหากจำแนกการนำเข้าข้าวของสวิสตามประเภทแล้ว ข้าวขาวที่ผ่านการขัดสำเร็จหรือกึ่งสำเร็จ ที่มีปริมาณการนำเข้ามากที่สุดร้อยละ 55-60 ของปริมาณการนำเข้าและเกือบทั้งหมดเป็นการนำเข้าเพื่อการบริโภค โดยมีประเทศที่ส่งออกข้าวไปสวิส เป็นอันดับ 1 มาตั้งแต่ปี 2550 โดยทิ้งห่างประเทศคู่ค้าอันดับสองเกือบเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าข้าวของสวิตเซอร์แลนด์ ก็ต้องผ่านด่านมาตรการทางภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ข้าวทุกชนิดที่นำเข้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตราร้อยละ 2.4 โดยรัฐบาลสวิสกำหนดเก็บภาษีตามน้ำหนักของสินค้า ส่งผลให้ผู้นำเข้าส่วนมากนิยมนำเข้าในปริมาณมากเพื่อนำมาบรรจุและแบ่งจำหน่ายเอง เพื่อให้ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับน้ำหนักบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ในขนาดย่อยซึ่งเมื่อเทียบในปริมาณสุทธิของข้าวแล้วจะมีน้ำหนักมากกว่าการนำเข้าข้าวเป็นลอตใหญ่ รวมถึงต้องผ่านกฎระเบียบการนำเข้า อาทิ กฎหมายว่าด้วยสินค้าเพื่อการบริโภค กฎระเบียบว่าด้วยมาตรฐานความสะอาด เป็นต้น
“การสั่งซื้อข้าวส่วนใหญ่สั่งเป็นปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนด้านภาษีซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ส่งออกข้าวไทย ดังนั้น กรมฯ จึงวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายควบคู่กับอาหารไทยอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการขยายตลาดข้าวไทย และส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์แล้วยังเป็นการช่วยผู้นำเข้าให้ขายสินค้าได้เร็วขึ้น และมากขึ้น” นางดวงกมล กล่าว

