คาราคา ซังมาเนิ่นนาน ปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของชาวบ้านทั่วประเทศ โดยเฉพาะปมที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่ของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ปรากฏอยู่บ่อยๆ จนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ข้อยุติ
เครือ ข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จัดนิทรรศการ "It"s all (human) right ตอน ชักสิทธิ (มนุษยชน) เข้าบ้าน" ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ เพื่อสะท้อนปัญหาที่ดินทำกิน เปิดด้วยการเสวนาเรื่อง "หลากมิติปฏิบัติการสิทธิมนุษยชน ปัญหาและทางออก"
โดยมี พ่อหลวงจอนิ โอ่โดเชา ปราชญ์ปกาเกอญอ, ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน และ นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ภายใต้สมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน เข้าร่วมพูดคุย
นายสะท้าน เล่าปัญหาที่ชุมชนบ้านแม่อมกิ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ว่าส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องที่ดินทำกิน ที่บรรพบุรุษทำมาเป็นร้อยๆ ปี แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ เมื่อเข้าไปทำไร่หมุนเวียน จึงเข้าไปทับที่ดินของเขตป่าสงวนฯ หลายปีก่อนมีชาวบ้าน 2 คนถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับ เนื่องจากเข้าไปทำกินในพื้นที่หน่วยงานราชการ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านต่างตกใจกันมาก เพราะว่าทุกครอบครัวก็ทำกินแบบนี้เช่นกัน
เมื่อชาวบ้านถูกจับ พวกเราจึงรวมกลุ่มกันต่อสู้ และร่วมกันทอดผ้าป่า เพื่อนำเงินไปต่อสู้คดี ต้องช่วยชาวบ้านออกมาให้ได้ จนสุดท้ายศาลตัดสินว่า ชาวบ้านไม่ได้เจตนา จึงไม่มีความผิด เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้คนในหมู่บ้านตื่นตัวเรื่องที่ดินทำกิน
จนในปี พ.ศ.2536 ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐออกพ.ร.บ.ป่าชุมชน เพื่อให้สามารถจัดการพื้นที่ป่าด้วยตัวเอง จะขอใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผืนป่า โดยไม่ทำลายป่า ชาวบ้านแบ่งพื้นที่ป่าออกเป็น พื้นที่ป่าใช้สอย พื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ป่าชุมชนขึ้น เพื่อจัดการบริหารผืนดินร่วมกัน แต่แล้วการเรียกร้องพ.ร.บ. ป่าชุมชน ก็ไม่ผ่านการอนุมัติจากครม.
ด้าน พ่อหลวงจอนิ ร่วมเล่าว่า ที่หมู่บ้านหนองเตา ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เป็นชุมชนที่ทำกินกับผืนป่า และเกิดปัญหาเช่นเดียวกับหมู่บ้านอมกิ ในเรื่องที่ดินทับพื้นที่หน่วยงานราชการ ที่ผ่านมาได้ต่อสู้เพื่อสิทธิที่ทำกินของตัวเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 หลังจากรัฐประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ รวมถึงร่วมเรียกร้องเรื่องพ.ร.บ. ป่าชุมชนเช่นกัน
แต่เมื่อพ.ร.บ.ป่าชุมชน ไม่ผ่านครม. ทำให้ชาวบ้านหมดหวัง เพราะพ.ร.บ.ป่าชุมชน ถือเป็น ความหวัง ที่ต่อสู้กันมานาน แต่แล้วจากความช่วยเหลือจากหน่วยงานทางด้านกฎหมาย ที่ให้ความรู้กับชาวบ้านว่า ยังพอมีทางออก ไม่นานชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินจึงรวมตัวกันทั่วประเทศ ก่อตั้งเป็นเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ขึ้น
โดย มีหน่วยงานทางด้านกฎหมาย นักวิชาการ รวมถึงนักการเมืองที่ดูแลเรื่องที่ดินทำกิน เข้ามาช่วยเหลือ กระทั่งปัจจุบันการต่อสู้ของชาวบ้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เมื่อรัฐบาลได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นชุมชน มีสิทธิได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามนโยบายโฉนดชุมชน
ขณะ ที่ ผศ.อิทธิพล ชี้ว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ที่ออกมาล่าสุด เป็นหนังสืออนุญาตให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย ซึ่งชุมชนมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามเงื่อน ไขที่กำหนดไว้
ดังนั้น หากชุมชนใดต้อง การโฉนดชุมชน สามารถยื่นเรื่องมาที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ แต่ต้องมีคุณสมบัติที่เข้าหลักเกณฑ์ เช่น อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 3 ปี รวมถึงมีกิจกรรมอนุรักษ์ป่า หลังจากนั้นสำนักนายกฯ จะพิจารณาว่าจะออกโฉนดชุมชนให้หรือไม่ ภายในเวลา 60 วัน สุดแล้วแต่จะพิจารณา ซึ่งภาครัฐสามารถถอนสิทธิอนุญาตโฉนดชุมชนได้ หากชุมชนผิดเงื่อนไข
ขณะนี้มีชุมชนที่ยื่นเรื่องเพื่อขอโฉนดชุมชนแล้ว 38 หมู่บ้าน และอยู่ในขั้นการพิจารณาว่าจะออกเป็นโฉนดชุมชนให้หรือไม่ทั้งหมด
"วันนี้ถือเป็นก้าวแรกของชัยชนะในเรื่องสิทธิชุมชน แต่เป้าหมายใหญ่ของเครือข่ายคปท. คือต้องการผลักดันให้เรื่องนี้ ออกเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ แม้จะดูเหมือนเป็นความฝัน แต่ก็ต้องมีความหวัง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีที่ทำกิน" ผศ.อิทธิพล กล่าว
พ่อหลวงจอ นิ ทิ้งท้ายว่า ความจริงแล้วชาวบ้านไม่ได้ต้องการเอกสารสิทธิ หรือออกโฉนดใดๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการสูงสุดคือ มีที่อยู่ที่ทำกินเท่านั้นเอง
หลังการพูดคุย ยังมี นิทรรศ การแสดงภาพ ถ่ายสิทธิชุมชน ที่สะท้อนถึงรากเหง้าวิถีชีวิตของชาวบ้าน ความเชื่อ พิธีกรรม รวมถึงการต่อสู้ของชาวบ้านในเรื่องสิทธิที่ดิน ทำกิน ผ่านภาพ ถ่าย เช่น พิธี กรรมไหว้ผีบรรพบุรุษ ภาพช่วยกันบวชป่า ภาพแรงศรัทธาของชาวกะเหรี่ยงโปว์ ที่ไหว้ผีต้นน้ำ ภาพการต่อสู้สิทธิชุมชน และการทวงคืนที่ดินวะกัฟ ที่ดินสาธารณ ประโยชน์ ของชาวบ้านจะนะ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย
สามารถเข้าชมได้ไปจนถึงวันที่ 26 ส.ค.นี้ ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ จะได้รู้ว่าการเรียกร้องสิทธิของชาวบ้านไม่เคยได้มาง่ายๆ