จับตาบรรษัท

นายกฯ ชี้ปัญหาการผูกขาด ต้นตอของปัญหาไข่ราคาแพง

อภิสิทธิ์ ยอมรับปัญหาราคาไข่ไก่แพง เกิดมาจากการทำธุรกิจแบบผูกขาด และไม่เป็นธรรม ชี้การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุต้องใช้เวลา ด้านกระทรวงพาณิชย์ งัดมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการระบาย"ไข่ธงฟ้า"เขาสู่ตลาด และการตรึงราคาไข่ไก่ที่หน้าฟาร์ม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ราคาแพงว่า ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ราคาจะค่อย ๆ ปรับตัวลง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือว่า ที่กำลังปรับโครงสร้างครั้งนี้ก็จะทำให้ระยะยาวไม่เกิดปัญหาในลักษณะนี้อีก แต่การแก้ปัญหาที่ต้นทางต้องใช้ แม่พันธุ์ที่บอกจะเอาเข้ามานี้ กว่าจะมาสู่ไข่ฟองแรกนี้ ประมาณ 12 - 13 เดือน

"รัฐบาลมั่นใจว่าปัญหาราคาไข่ไก่นี้มาจากต้นทางเลย ก็คือเรื่องของแม่พันธุ์ ลูกไก่ ไข่ ที่ตอนนี้ต้องมาแก้ไขปัญหา ก็มีการร้องเรียนว่า อุตสาหกรรมที่มันมีการผูกขาด หรือว่า มีการค้าขายไม่เป็นธรรม ซึ่งก็สั่งการกระทรวงพาณิชย์ไปดูโครงสร้างด้วย "

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเกี่ยวกับเรื่องไข่ไก่มีราคาแพงไปแล้ว ทั้งเรื่องการตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ราคาฟองละ 2.80 บาท นอกจากนี้กรมฯยังได้ส่งไข่ไก่ราคาธงฟ้าออกไปจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อดึงราคาไข่ไก่ให้ถูกลง ขณะที่กรมปศุสัตว์ได้เจรจากับผู้จำหน่ายลูกไก่ไข่ให้ราคาลูกไก่ลงอีกตัวละ 2 บาท จากตัวละ 30 บาท เหลือตัวละ 28 บาท และล่าสุด ครม.มีมติอนุมัติเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดเกิดขึ้นบ่อยมาก เนื่องจากไม่มีการบริหารดูแลทั้งระบบ จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์(เอ้กบอร์ด) เพื่อเข้าไปดูแลด้านดีมานด์และซัพพลาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไข่ล้นตลาด จนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งในระยะแรกนั้นถือว่าสามารถจัดการได้ แต่ระยะหลังจะต้องดูว่ามีจุดอ่อนตรงไหน อย่างไร เพราะแม้ว่าจะมีหลักการที่ดี แต่หากไม่มีกรอบการดูแลก็อาจจะทำให้เกิดช่องว่างขึ้นได้

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์นั้น ได้เตรียมจัดทำกรอบการทำงานเพื่อให้มีความชัดเจนขึ้น โดยจะเข้าไปดูแลเรื่องไข่ไก่ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำว่ามีกี่ขั้นตอน เพื่อนำมากำหนดกรอบการดูแลทั้งระบบ รวมถึงระบบการค้า การผลิต ให้มีความเหมาะสม และหากเกิดปัญหากรณีไข่ไก่ล้นตลาด เบื้องต้นก็จะเข้าไปทำความเข้าใจกับผู้ผลิต เพื่อขอความร่วมมือ ก่อนที่จะใช้มาตรการสุดท้ายที่เป็นมาตรการด้านกฎหมายต่อไป

"ขณะนี้กรมฯได้เตรียมการกำหนดกรอบคร่าวๆแล้ว ซึ่งจะให้เป็นมาตรฐานการแก้ไขปัญหาไข่ไก่มีราคาแพงทั้งระบบ และให้เป็นแบบครบวงจร ตลอดจนจะกำหนดราคาแนะนำลูกไก่ไข่ และไก่สาว ซึ่งราคาที่กรมปศุสัตว์เห็นว่าเหมาะสมในปัจจุบัน คือ ลูกไก่ไข่ราคาไม่เกินตัวละ 25 บาท จากปัจจุบันจำหน่ายในราคาตัวละ 30 บาท ส่วนไก่สาวราคาไม่น่าจะเกินตัวละ 120-130 บาท แต่ปัจจุบันขายที่ราคาตัวละ 155 บาท" นางวัชรี กล่าว

สำหรับสถานการณ์ราคาไข่ไก่ในขณะนี้ ยังคงทรงตัวจากก่อนหน้าที่คาดว่าจะลดลงภายใน 2 สัปดาห์ แต่ก็ยังไม่ลดลง ทำให้กระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องยืดระยะเวลาการขายไข่ไก่ธงฟ้าทั่วประเทศออกไป อีก 2 สัปดาห์ หรือจนถึงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

มาร์คฟุ้งไข่ถูก!หลังเปิดนำเข้าไก่เสรี

นายกรัฐมนตรี ยืนยันหลังจากมีการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ ปริมาณไข่ไก่จะเข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น โดย ในแต่ละวันฟาร์มไก่ไข่ในประเทศสามารถ ผลิตไข่ได้ถึง 25 ล้านฟอง ราคา ถูกลง...

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์"ว่า หลังจากมีการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ในเร็วๆ นี้ ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มจะถูกลง จากปัจจุบันราคาขายหน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 2.80 บาท โดยในแต่ละวันฟาร์มไก่ไข่ในประเทศสามารถผลิตไข่ได้ถึง 25 ล้านฟอง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาไข่ไก่สูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศร้อน ประกอบกับโครงสร้างระบบการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่เดิม มีการจำกัดปริมาณนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ลดลงถึงร้อยละ 20 ทำให้การกระจายสู่เกษตรกรรายย่อยไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงได้ปรับระบบบริหารจัดการแม่พันธุ์ไก่ไข่ใหม่ โดยเปิดเสรีการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่เพื่อกระจายไปสู่เกษตรกรายย่อยให้มี โอกาสเลี้ยงไก่ไข่มากขึ้น โดยไม่ผูกขาดกับผู้เลี้ยงรายใหญ่ พร้อมออกมาตรการลดการส่งออกไข่ไก่ให้น้อยลง ยืดอายุของไก่ยืนกรงให้นานขึ้นเพื่อให้มีปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยเรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแลในเชิงโครงสร้าง รวมถึงการผลักดันให้นักเรียนกินไข่เหมือนเช่นโครงการนมโรงเรียน

มงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ "ปัญหาไข่ไก่จะไม่เกิด ถ้าไม่เห็นประโยชน์ส่วนตัว"

อีโค โฟกัส

ถือเป็นเรื่องร้อนแรงทีเดียวสำหรับปัญหา "ไข่แพง" ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการ "เปิดเสรี" ให้ผู้ประกอบการรายใดก็ได้นำเข้าแม่ไก่ จากเดิมจะจำกัดโควตาการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ในวงจำกัดผ่านบริษัทเอกชน 9 ราย กับอีก 1 สหกรณ์

ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าแม่พันธุ์ไข่ไก่อยู่แล้วจำนวน 405,721 ตัว ในมุมมองของผู้ประกอบการธุรกิจ และเกษตรกรที่เลี้ยงไข่ไก่ถือว่าเพียงพอต่อ ความต้องการของประชากรในประเทศ เพราะแม่ไก่แต่ละตัวสามารถให้ผลผลิตไข่ไก่ได้มากถึง 300 ฟองใน 52-54 สัปดาห์โดยเฉลี่ย แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรจะมีการยืดเวลาออกไปเป็น 72-74 สัปดาห์

แต่จากปัญหาราคาไข่ที่แพงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีใครกล้าฟันธงได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วเกิดจากใคร ประกอบกับที่ผ่านมาการทำงานของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และ ผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) มีความผิดพลาดในการทำงานในตลอดระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการลดโควตาการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่แบบมีนัยยะ จากเดิมตกลงกันว่าจะ นำเข้าในจำนวน 4 แสนตัว แต่พอดำเนินการจริงกลับมีการนำเข้าในจำนวนที่ลดลงเหลือเพียง 3.6 แสนตัวเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง นายอภิสิทธิ์ถึงกับขู่ที่จะยุบเอ้กบอร์ด หลังจากที่มติที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าแม่พันธุ์ไก่โดยเสรีแบบไม่กำหนด โควตาว่าต้องนำเข้าเท่าไหร่ เพื่อหวังที่จะแก้ปัญหาราคาไข่ไก่แพง

งานนี้เกษตรกรหลายรายถึงกับก้นร้อน โดยเฉพาะรายย่อย เพราะรู้ดีว่าอนาคตจะ เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ซึ่ง นายมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวหากมองให้ดีเกิดจากปัญหาพ่อค้าคนกลางบางกลุ่มที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพราะไม่ว่าราคาขึ้นจะถูกหรือแพง ยังคงขายในราคาใกล้เคียงกัน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงและผู้บริโภค

0 ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่

ราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มตอนนี้ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 2.80 บาท ซึ่งมีการปรับขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.30 บาท และ 2.45 บาท ถือเป็นราคาที่ไม่แพงเกินไป เพราะช่วงเวลานี้ของทุกปีราคาไข่ไก่จะมีการปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ประมาณนี้ อยู่แล้ว ซึ่งปีก่อนก็ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.60 บาท

ปีนี้ประเทศไทยประสบปัญหาอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ไก่รับน้ำไม่เพียงพอ และอุณหภูมิในโรงเรือนมีการปรับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ไก่ไม่สบาย และมีโรคแทรกซ้อน จึงทำให้ผลผลิตออกมาน้อย ส่งผลให้สถานการณ์ไข่ไก่ตึงตัว

0 ไข่ไก่จะขาดตลาดหรือไม่

ตอนนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีรายงานว่าไข่ไก่ขาดแคลน เรายังมีไข่ไก่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่จากกระแสข่าวที่ออกมาตอนนี้ ผมมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ให้บริโภคไข่ไก่มากขึ้น เพราะเมื่อมาสัมผัส จริงๆ มันไม่ได้แพงอย่างที่เป็นข่าว เป็นเพียงเรื่องของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างกระแสข่าวให้เกิดความ ร้อนแรง และหวังผลประโยชน์อยากได้พันธุ์สัตว์เป็นของตัวเอง

0 ราคาไข่ไก่ใครกำหนด

กลุ่มพ่อค้าคนกลาง กลุ่มคนเหล่านี้เคยซื้อไข่ถูกตลอด ไม่ว่าราคาส่งไข่ไก่จะขึ้นหรือลง กลุ่มพ่อค้าคนกลางก็ยังคงขายในราคาที่ไม่แตกต่างจากเดิมมาก ซึ่งหากมองไปแล้วกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์คือคนกลุ่มนี้ ถ้าเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้าน ยังถือว่าราคาไข่ไก่ในประเทศไทยต่ำกว่าชาวบ้านพอสมควร ตอนนี้กำไรการขายไข่ไก่อยู่ที่ประมาณ 10% ถือว่าปรับตัวดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ได้กำไรไม่ถึง 10% เราเพิ่งมาได้กำไรช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเอง นับจากเดือน มี.ค.-เม.ย.เป็นต้นมา

0 จากการเปิดเสรีครั้งนี้มองว่าจะเป็นอย่างไร

ไม่ต้องถึงอนาคต เอาแค่ช่วงปลายปีนี้ประมาณ ต.ค.-พ.ย.นี้ ก็ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว กลุ่มผู้ผลิตรายเดิมที่เคยขอให้เขาลดกำลังผลิตลง เขาคงไม่ลดแล้ว เพราะตอนนี้สัญญาณหลายอย่างเริ่มส่งผลกระทบ

0 มองสถานการณ์ปีหน้าเป็นอย่างไร

ปีหน้าน่าห่วงมาก เพราะมีการนำเข้าเสรีเพิ่มขึ้นอีก ก่อนหน้านี้ก็อยู่กันอย่างลำบากอยู่แล้ว

0 ช่วงไหนได้รับผลกระทบมากที่สุด

ช่วงปี 44-45 ราคาไม่ถึง 1 บาทเกือบทั้งปี ถ้าไม่มีไข้หวัดนกในปี 47 เราคงแย่ไปแล้ว ช่วงนั้นเราอยู่แบบไม่มีกำไรมา 4-5 ปีติดต่อกัน พอมีหวัดนกช่วงนั้น เราเริ่มมีกำไร หลังจากกลุ่มเกษตรกรมีการปรับปรุงระบบการเลี้ยงแบบใหม่ในปี 49 จากโรงเรือนเปิด เป็นโรงเรือนปิด ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% ตอนนั้นตัวเลขการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์มีมากถึง 5 แสนตัว

พอมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ไข่ไก่ก็เริ่มล้นตลาดอีกครั้ง ส่งผลให้ปลายปี 50 ราคาไข่ไก่เริ่มตกต่ำจนถึงปี 52 ช่วงนั้นประมาณปี 51 เราได้เดินทางไปร้องเรียนกับภาครัฐร่วมกับ 2 สมาคม 4 สหกรณ์ และ 5 ชมรม เข้าไปร้องเรียนกับคณะกรรมการเอ้กบอร์ด ขอให้เห็นใจเกษตรกร และลดคำสั่งผลิตลดลง 10% เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

0 ตอนนั้นภาครัฐลดการนำเข้าแม่พันธุ์เหลือเท่าไหร่

กว่าจะได้รับความช่วยเหลือให้ลดลงกำลังผลิตลงมาเหลือ 405,721 ตัว ก็นานพอสมควร เพราะเราต้องการให้เกิดความสมดุล เนื่องจากตอนนั้นกำลังการผลิตมันเพิ่มขึ้น มากถึง 20% ถ้าทำให้มันอยู่ตรงนั้นน่าจะพอดี

0 ก่อนที่รัฐจะให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อความเสี่ยงในการเลี้ยงไก่มีมากขึ้น หลายรายก็เลยต้องเลิกอาชีพเลี้ยง ไก่ไข่ไป เพราะไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ หลายรายเปลี่ยนไปทำ อาชีพอื่นๆ แต่จากความช่วยเหลือวันนั้นทำให้ไข่ไก่วันนี้เริ่มมีเสถียรภาพ

0 ก่อนหน้านี้มีการแก้ปัญหาไข่ล้นตลาดอย่างไร

ที่ผ่านมาเวลาไข่ล้นตลาดก็เหมือนกับเราทำร้ายเกษตรกร ดังนั้น จึงควรมีการ ช่วยเหลือ คือ การกำจัดมันออกไป ตัวผมเองพยายามต่อสู้ วิธีการครั้งนี้เหมือนทำร้ายคนอ่อนแอ พอมีคนซื้อถูก เกษตรกรก็ถูกทำร้าย ดังนั้นเราจึงต้องปรับสมดุล

0 มองอนาคตเป็นอย่างไรบ้าง

ถ้ามีการเปิดเสรีอย่างนี้ คาดว่าอีก 3 ปีคงไม่เห็นเกษตรกรรายย่อย เพราะเขาคงต้องเปลี่ยนอาชีพ เนื่องจากขาดทุนทุกวัน ขณะที่การแก้ปัญหาด้วยการฆ่าแม่ไก่ก็มีต้นทุนตัวละ 14 บาท

การขาดทุนอยู่ที่ปริมาณของไข่ไก่ที่จะออกมา หากแนวโน้มยังเป็นอย่างนี้ เกษตรกรคงแย่กันหมด เพราะไม่แน่ใจว่าราคาไข่ไก่จะมีต้นทุนอยู่ได้ที่ฟอง ละ 50 สตางค์หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเกษตรกรคงต้องฆ่าแม่ไก่

0 แต่หากราคาไข่ถูก ผู้บริโภคก็จะได้ซื้อไข่ไก่ในราคาที่ถูกลง

แม้ว่าต้นทุนของไข่ไก่จะถูกลง แต่ผู้บริโภคก็จะซื้อไข่ไก่ในราคาที่ถูกไม่ได้มาก เพราะการกำหนดราคาอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง แม้ว่าราคาไข่จะถูกลงหรือแพงขึ้น พ่อค้าแม่ค้าก็ยังคงขายไข่ไก่ในราคาเดิม ผลประโยชน์ก็ตกอยู่ที่พ่อค้าแม่ค้าคนกลางบางกลุ่ม

0 หลังจากนี้จะมีการเรียกร้องอะไรเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่

เราจะมีการรวมตัวกับเกษตรกรทั่วประเทศเพื่อหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 18 ก.ค.นี้ เพราะการนำเข้าเสรีควรมีการจำกัดปริมาณ จึงจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ แต่ หากเป็นอย่างนี้ในอนาคตไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร

0 ตอนนี้ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่มากแค่ไหน

ประมาณ 30% ของโรงเรือนทั้งหมด ถ้าเพิ่มอีกประมาณ 10 ล้านตัว ก็จะมีไข่ออกมา 8 ล้านฟองต่อวัน เมื่อถึงเวลานั้นจะนำไข่ที่ผลิตออกมาไปอยู่ตรงไหน และถ้าเกิดเลี้ยงเต็มพื้นที่ก็จะทำให้มีไข่ไก่สูงถึง 2,000-3,000 ล้านฟอง

0 อัตราการเลี้ยงที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่

ผมยังยืนยันว่าควรอยู่ที่ 405,721 ตัว แต่จะแบ่งโควตากันอย่างไร ก็ต้องมีดูกันอีกที ทางเลือกดังกล่าวถือว่าดีที่สุด ถ้าเห็นแก่เกษตรกร ไม่เห็นแต่ส่วนตัว ควรจะเป็นอย่างนี้ คือ มีการควบคุมปริมาณการเลี้ยง

0 อยากให้มีการรณรงค์ให้ผู้บริโภครับประทานไข่มากขึ้นหรือไม่

เรื่องนี้ถือเป็นนามธรรม เพราะการกำหนดให้ผู้บริโภครับประทานไข่เฉลี่ย ที่ 150-180 ฟองต่อคนต่อปี จริงๆ แล้วผู้บริโภครับประทานมากกว่านั้น และในทางตรงกันข้ามก็ไม่สามารถบังคับให้รับประทานเพิ่มได้ ยกตัวอย่าง เราเคยรับประทานไข่ดาววันละ 1 ฟอง จะให้รับประทาน 2 ฟองก็เป็นไปไม่ได้ เคยรับประทานแค่ไหนก็แค่นั้น นอกจากนี้ ยังมีไข่เป็ดที่อยู่ในตลาดอีก 3-4 ล้านฟองต่อปี ผมพูดจากใจเลยว่า ภาพที่เห็นมันชัดเจน กว่าเกษตรกรจะไปถึงจุดนั้น คงเจ๊งกันไปแล้ว

ฝุ่นตลบ-ยังจบไม่ง่าย! 'ปัญหาไข่ไก่'

สกู๊ป

'แก้ที่ไก่ไข่' วงจรเก่า?

กรณี “ปัญหาไข่ไก่” ภายหลังรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการกำหนดนโยบายใหม่ออกมา ที่สุดแล้วจะเป็นการแก้ปัญหาได้ หรือจะเป็นจุดเริ่มนำสู่วังวนปัญหาเดิม ๆ จนวันนี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่??

กระแสปัญหา “ไข่ไก่แพง” จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นอื้ออึง

แม้รัฐบาลเข้าดำเนินการแล้วก็ยังอื้ออึงไม่หยุด!!

ทั้งนี้ ย้อนดูข้อมูลวงการ “ไข่ไก่-ไก่ไข่” ในประเทศไทย ข้อมูลจากบางแหล่งระบุไว้สรุปได้ว่า... ในอดีต 20-30 ปีที่แล้ว วงการเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทยมีผู้นำเข้า “พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่” เพื่อนำมาผลิตลูกเป็น “ไก่ไข่” เกือบ 20 ราย เป็นการแข่งขันกันอย่างเสรี โดยบางรายก็นำเข้า-ผลิตเพื่อใช้เองในฟาร์มตนเอง บางรายเพื่อใช้เองและขายด้วย บางรายก็เพื่อขายเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะผลิตไก่ไข่เพื่อขายด้วย โดยการแข่งขันในช่วงนั้นเน้นที่คุณภาพของลูกไก่ และบริการด้านวิชาการ เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตไข่ไก่ขายประสบความสำเร็จ

เวลาผ่านไป ผู้ผลิตลูกไก่ไข่จำนวนหนึ่งเลิกกิจการไปด้วยหลายสาเหตุ จนช่วงปี 2545-2546 วงการไก่ไข่ก็ต้องการมีหน่วยงานกำกับดูแลทั้งระบบเหมือนต่างประเทศ จากการเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด ราคาตกต่ำ เกษตรกรขาดทุน-เป็นหนี้ ซึ่งในปี 2549 เอ้ก บอร์ด-คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ ก็ถูกจัดตั้งขึ้น

คณะกรรมการดังกล่าวนี้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาการพัฒนาไก่ไข่และ ผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ รวมถึง กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรค โดยในคณะกรรมการก็ประกอบไปด้วย รัฐมนตรี และบุคลากรภาครัฐที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้บริโภค รวมถึงมีผู้รู้ ผู้ประกอบการด้านไก่ไข่ เข้าร่วมด้วย เพื่อให้สามารถศึกษาและรู้ถึงการดำเนินกิจการไก่ไข่ทั้งระบบ เห็นแนวโน้มและอนาคตของอุตสาหกรรมเกษตรด้านนี้ได้ตลอดห่วงโซ่

โดยหลักการแล้วการมีบอร์ดแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี

แต่มาถึงตอนนี้แม้แต่รัฐบาลเองก็วิพากษ์-กังขา??

อย่างไรก็ตาม กับฝ่ายที่เห็นว่าบอร์ดหรือคณะกรรมการดังกล่าวนี้ก็ได้มีการดำเนินการไปตาม หลักการ-สภาพการณ์ ก็มองว่า... คณะกรรมการดังกล่าวนี้มีที่ปรึกษาอีก 3 ชุด เพื่อดูแลเรื่องความมั่นคงของธุรกิจ เรื่องปริมาณการนำเข้า การเลี้ยง และดูแลราคาไข่ไก่ให้เหมาะสม, เพื่อดูแลเรื่องการส่งเสริมรณรงค์การบริโภคไข่ไก่, เพื่อดูแลเรื่องมาตรฐานสินค้า มาตรฐานของไก่ มาตรฐานของไข่ ให้ผลผลิตที่ออกมาปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ปัจจุบัน คณะกรรมการดังกล่าวนี้เพิ่งมีกรรมการเป็นชุดที่ 2 ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการแก้ไขปัญหา “ไข่ไก่ล้นตลาด” ปัญหา “เกษตรกรขาดทุน” ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีการใช้มาตรการต่าง ๆ อาทิ ควบคุมปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ การปลดแม่ไก่แก่ยืนกรงให้เร็วขึ้น การส่งออกเพื่อระบายไข่ไก่ส่วนเกิน

นอกจากนี้ ยังมีการใช้วิธีควบคุมการผลิตไข่ไก่ที่ต้นน้ำ คือให้ผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ลดการนำเข้า จากเดิมราว 445,799 ตัว ตั้งแต่ปี 2544 ก็ให้ลดลงตามสัดส่วนที่กำหนด ตามฐานลูกค้า-ฐานการผลิตลูกไก่ไข่เดิม ทำให้เกิดตัวเลขปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่เกิดขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมาก็เรียกว่า “โควตานำเข้า” โดยในปี 2550 มีโควตานำเข้า 421,251 ตัว และถึงปี 2553 นี้ มีโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ 405,721 ตัว

แล้วกระแสไข่ไก่ราคาแพงก็กระพือขึ้นมาใส่รัฐบาล

นำมาซึ่งการทำในสิ่งที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย

“ผมคิดว่าเราได้คลายปัญหาซึ่งเป็นข้อจำกัดแล้ว ส่วนระยะยาวนั้น ครม. ก็ได้คุยกันว่าจะมีกลไกในการปรับแก้ไขปัญหาไข่ล้นตลาดในอนาคตได้...” ...นี่เป็นเสียงของนายกรัฐมนตรี เมื่อ 13 ก.ค. หลังรัฐบาลสั่ง “เปิดเสรี” นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ซึ่งก็มีเสียงขานรับไม่น้อย และมีการมองว่าเป็นการ “ป้องกันการผูกขาด”

“เป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่ ที่ผลประโยชน์จะไปตกกับบริษัทยักษ์ใหญ่มากขึ้น ทำให้รายใหญ่สามารถนำเข้าได้อย่างไม่จำกัด...” “ทำไมคิดแก้ไขปัญหาได้ง่าย ๆ แบบนี้ โดยไม่ต้องมองผลกระทบให้รอบด้านก่อน ว่าผลสุดท้ายใครได้ประโยชน์กันแน่...” ...แต่นี่ก็เป็นเสียงถามสวน ของ มาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่แห่งประเทศไทย พร้อมมีการระบุว่า... “ให้เกษตรกรรายย่อยเตรียมใจกับการขาดทุน”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ฝ่ายผู้เลี้ยงไก่ไข่มีการระบุว่า นโยบายไข่ไก่เดิมนั้นถูกทางแล้ว แต่สภาวะ “ร้อน-แล้ง” คือสาเหตุทำให้ผล ผลิตไข่ไก่ลดลงมากกว่าเป้า ระดับราคาไข่ไก่จึงขยับขึ้นตามหลัก “ดีมานด์-ซัพพลาย” แต่ไข่ไก่ก็มีวงจรระยะสั้น ราคาที่ขยับสูงขึ้นจะลดลงในไม่ช้า หลังจากมีฝนตก อากาศร้อนคลี่คลาย และกับกระแสไข่ไก่ราคาแพงที่กระพือขึ้นมานั้น ก่อนหน้านี้ก็มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตประมาณว่า เรื่องนี้อาจจะมี “ไอ้โม่ง” รอลุ้น “ได้ผลประโยชน์” จากการที่ “รัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายไก่ไข่-ไข่ไก่” หรือเปล่า??

“ปัญหาไข่ไก่” ตอนนี้ฝุ่นยังตลบ...ต้องตามดูตอนต่อไป

รัฐบาลเดินหน้าถูกทางหรือย้อนทางเก่า...ก็มี 2 มุมมอง

ทุกข์ผู้บริโภคถูกโยกให้เกษตรกรหรือไม่...รอดูกัน??

CPFปลื้มขายไก่-ไข่ตอ.กลางพุ่ง-ตลาด อินเดียก็เวิร์ค คาดสิ้นปีโกย1.8แสนล้าน

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) กล่าวว่า ปัจจุบันซีพีเอฟในประเทศตุรกีสามารถส่งออกเนื้อไก่และไข่ไก่ไปยังประเทศ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางจำนวนมาก เนื่องจากประสบภาวะขาดแคลนอาหารและเนื้อสัตว์ ขณะที่กิจการในประเทศอินเดียก็ให้ผลประกอบการที่โดดเด่น เนื่องจากซีพีเอฟได้ลงทุนโรงงานผลิตอาหารกุ้งและปลารวม 3 แห่ง กำลังการผลิตราว 150,000 ตันต่อปี ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในต่างประเทศดีขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1.8 แสนล้านบาท จากประมาณ 1.6 แสนล้านบาทของปีที่ผ่านมา

2 สมาคมผลิตไข่ตีตนก่อนไข้

เปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่วุ่น 2 สมาคมผลิตไข่ไก่ค้านหัวชนฝา หวั่นทำผลผลิตล้นตลาด ฉุดราคารูด รายย่อยม้วนเสื่อ เตรียมถกสมาชิกทั่วประเทศหาทางออก วงในเผยมีรายใหม่ 4-5 รายเตรียมนำเข้าพ่อแม่พันธุ์กว่า 2 แสนตัว ด้านบริษัทเอ.เอฟ. อี.ฯ โชว์แผนลงทุนรับเปิดเสรี กรมปศุสัตว์รับบัญชา"อภิสิทธิ์" ไฟเขียวนำเข้าไม่จำกัดจำนวน เตรียมใช้อี-เซอร์วิสคุมเกมลูกไก่ล้น-ขาดตลาด

นายมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ว่า หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่มีแผนการผลิตรองรับร่วมกันที่ดีพอตามหลักดี มานด์-ซัพพลาย จะทำให้เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ ราคาไข่ไก่ที่ผู้เลี้ยงขายได้จะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรรายย่อยที่มีสายป่านไม่ยาว อาจถึงขั้นปิดกิจการและในที่สุดจะเหลือแต่ผู้เลี้ยงรายใหญ่

" อยากย้อนถามคนที่สั่งเปิดเสรีว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้วจะทำอย่างไร เตรียมแผนรองรับไว้หรือไม่ เท่าที่ทราบเบื้องต้นเวลานี้มีรายใหม่ที่ประสงค์จะเป็นผู้นำเข้าพ่อแม่ พันธุ์ไก่ไข่ 4-5 ราย ปริมาณรวมกันกว่า 2 แสนตัว/ปี จะทำให้มีแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกกว่า 20 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่เพิ่มอีก 15-16 ล้านฟองต่อวัน หรือกว่า 5,000-6,000 ล้านฟองต่อปี"

นายมงคล กล่าวต่อไปว่า ทางสมาคม ได้คัดค้านการเปิดเสรีไปแล้ว และขณะนี้รอฟังผลการประชุมของสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ซึ่งจะจัดการประชุมสามัญ ประจำปีในวันที่ 17 ก.ค. 2553 จะมีท่าทีอย่างไรต่อนโยบายนำเข้าเสรีพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ โดยประเด็นหลักที่จะหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่คือ เกษตรกรรายกลางและรายย่อยจะอยู่อย่างไรหากเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ เพราะปัจจุบันราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ผู้เลี้ยงขายเฉลี่ยฟองละ 2.80 บาท มีกำไรฟองละ 35-37 สตางค์ เป็นครั้งแรกที่ได้กำไรหลังจากขาดทุนมา 2-3 ปี เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วราคาไข่หน้าฟาร์มของไทยถือว่าถูกที่สุดในโลก เช่น มาเลเซียขายฟองละ 3.30 บาท เวียดนาม 3 บาทกว่า และประเทศอื่นๆ 4-5 บาท/ฟอง

ด้านนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้ผลิตไข่ไก่ กล่าวว่า ภายหลังจาก ครม.ได้มีมติเปิดให้มีการนำเข้าเสรีพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ว่า สมาคมจะใช้เวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมในวันที่ 17 กรกฎาคมศกนี้ เพื่อถกกันถึงความเห็นและทางออกของปัญหาที่จะตามมา ซึ่งขณะนี้เกษตรกรค่อนข้างมีความกังวล เกรงไข่จะราคาตก และขาดทุนในที่สุด สุดท้ายจะเหลือเพียงแต่รายใหญ่เท่านั้น ดังนั้นในฐานะที่ตนเองเป็นนายกสมาคมจะต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกว่าไข่ไก่ ที่จะมีปัญหาไม่ใช่ในปีนี้ แต่จะเป็นปีหน้าอย่ากังวลจนเกินไปนัก
ขณะเดียวกันอยากจะให้รัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง และข้าวโพดอาหารสัตว์ เพื่อช่วยลดต้นทุน การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย และรายกลาง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆ จะต้องได้รับดอกเบี้ยพิเศษ หรือยกเว้น ซึ่งจะทำให้ผู้เลี้ยงเหล่านี้อยู่รอดได้

"หากเปิดเสรีแล้วทุกอย่างพังพาบกันหมดไม่ใช่เริ่มนับหนึ่ง แต่จะต้องมาเริ่มนับจากศูนย์ กันใหม่เลยทีเดียว เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ใช้ระยะเวลานาน สำหรับไข่ไก่ที่ว่าแพงก็เพราะปริมาณน้อย ซึ่งก็เป็นฤดูกาลของมัน พอเข้าสู่ช่วงภาวะปกติไข่ก็จะออกมา ราคาก็จะถูกลง ราคาไข่ที่แพง ใช่ว่าเกษตรกรจะรวย เพราะไข่แพง ปริมาณก็ออกมาน้อย"

ขณะที่ดร.นรสีห์ ตระกูลช่าง ประธานกรรมการ บริษัท เอ.เอฟ.อี .จำกัด และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อิสระภาคเหนือ และภาคตะวันออกรวม 113 ฟาร์ม กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมสร้างฟาร์มอาทิ โรงเรือน โรงเพาะพัก ที่ทันสมัย ให้ถูกสุขลักษณะตรงตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ที่วางไว้ เพื่อรองรับการเปิดนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่จะใช้ระยะเวลาเตรียมการภายใน 3 เดือน บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ที่จังหวัดชลบุรี ใช้เงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการสร้างโรงเรือน รวมค่าพ่อแม่พันธุ์ และค่าอาหารสัตว์ ในปีแรกวางแผนจะนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ปีละ 50,000 ตัว โดยจะนำเข้าเฉลี่ย 2 เดือนต่อครั้ง ครั้งละ 8,000 ตัว ต้นทุนการผลิตลูกไก่คาดว่าจะอยู่ที่ 17.50 บาทต่อตัว กลุ่มลูกค้าหลักคือ 113 ฟาร์มในเครือข่าย รวมถึงจำหน่ายให้กับผู้เลี้ยงทั่วไป ส่วนราคาจำหน่ายจะบวกเพิ่มจากต้นทุนเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับสมาชิกที่เป็นหุ้น ส่วนจะตกลงกัน

"ธุรกิจนี้ไม่จำเป็นต้องมีกำไร เพราะเป้าหมายหลักคืออยากให้เกษตรกรมีลูกไก่ราคาถูกหมุนเวียนไม่ขาด และไม่มีการบังคับว่าสมาชิกจะต้องมาซื้อ เป็นแต่เพียงสัญญาใจกันเท่านั้น ส่วนเงินที่จะลงทุนในครั้งนี้แต่ละคนก็ลงตามสัดส่วนหุ้นในบริษัท ส่วนกรณีที่ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ออกมาแสดงความกังวลว่าการเปิดเสรี พ่อแม่พันธุ์จะทำให้ไข่ล้นตลาด และราคาตกนั้นคงไม่เกี่ยวกับเรา เพราะไข่ฟองแรกที่เกิดจากลูกไก่ของเราจะเกิดประมาณปลายปี 2554"

อย่างไรก็ดี ดร.นรสีห์ กล่าวว่า อาจต้องทบทวนกันใหม่ เพราะมติ ครม.ได้เปิดเสรีทั้งระบบ เรียกว่าเกินคาดคิด จากเดิมคาดว่าจะได้เพิ่มเฉพาะในส่วนที่บริษัทยื่นขอนำเข้า 50,000 ตัวต่อปี เมื่อเป็นการเปิดเสรีทั้งระบบ ทางกลุ่มจะได้มีการประชุมหารือกันในสัปดาห์หน้า ในประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ อาทิ การนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จะใช้พันธุ์ไหน จากประเทศใด ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้ผลิตจากหลายประเทศเสนอตัวเข้ามาบ้างแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย คาดว่าจะเลือกใช้พันธุ์ที่เกษตรกรคุ้นเคย

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการลงมาเป็นพิเศษว่าหากรายใดต้องการจะนำเข้าพ่อแม่ พันธุ์ สามารถแจ้งได้ที่กรมปศุสัตว์โดยที่ไม่ต้องผ่านคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่ และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) เหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้กรมปศุสัตว์จะอำนวยความสะดวกให้ โดยผู้ที่จะมาขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จะต้องมารับเอกสารไปกรอกรายละเอียดต่างๆ เช่น จะนำเข้าจากประเทศไหน ประเทศนั้นมีการเลี้ยงดูอย่างไร เพื่อป้องกันโรคระบาด เช่นไข้หวัดนก หลังจากนั้นทางกรมปศุสัตว์จะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจความพร้อมของผู้ที่จะขอนำ เข้าในเรื่องมาตรฐานของฟาร์ม ว่าได้ตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ หากผ่านจะมีการอนุญาตให้นำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้ทันที โดยไม่มีการจำกัดจำนวนขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่จะนำเข้า และขนาดของฟาร์ม เป็นต้น

"ขณะนี้มีสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้วแจ้งความจำนงมาแล้วที่จะนำเข้า 3,000 ตัว/ปี ส่วนบริษัทรายเดิมทั้ง 9 รายนั้นยังคงโควตาเดิม ซึ่งปีหนึ่งประมาณ 400,000 ตัว (405,721 ตัว)แต่ขณะนี้ได้นำเข้ามาแล้วประมาณ 208,000 ตัว รวมกับรายใหม่ที่จะนำเข้าเป็น 211,000 ตัว"

นายปรีชา เสริมอีกว่า กรณีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์นี้คาดว่าจะมีรายใหม่มาขอไม่ต่ำกว่า 2-3 ราย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำได้ เนื่องจากจะต้องมีสถานที่เลี้ยงถูกต้องตามสุขลักษณะ และได้รับรองมาตรฐาน นอกจากนี้จะต้องระบุแหล่งนำเข้า และจะต้องมีใบรับรองจากต่างประเทศว่าปลอดโรค ในเรื่องการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์นี้หากเกษตรกรรายใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่ กรมปศุสัตว์

จากนี้ไปภายหลังจากรายใหม่และรายเก่ามีการนำพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่เข้ามาแล้ว ทางกรมปศุสัตว์จะมี E-service บริการเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ เกษตรกร และเอ้กบอร์ด ในการพิจารณาและคาดการณ์ถึงปริมาณการผลิตลูกไก่ว่าจะล้นตลาด หรือไม่เพียงพอ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

ฟาร์มไข่ไก่รายใหญ่-กลางร้องจ๊าก ปี"54สินค้าล้นตลาด-แข่งดัมพ์ราคา

ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ราย ใหญ่-กลางร้องจ๊าก หวั่นปีหน้าไข่ไก่ล้นตลาด หลัง "มาร์ค" เปิดเสรีให้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่โดยไม่จำกัดปริมาณการนำเข้า ด้านรายใหญ่เตรียมแก้เกมกลัวลูกเล้าทิ้งคิวจองลูกไก่ งัดมาตรการ ดัมพ์ราคามาใช้แข่งขัน ขณะที่ "เอเอฟอี" พร้อมยื่นขออนุญาตกรมปศุสัตว์นำเข้าทันทีที่ ครม.มีมติอีกครั้ง

ผู้ สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานสถานการณ์ไข่ไก่หลังจากที่ ครม.มีมติให้เปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (P.S.) ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่หลายรายต่างพูดตรงกันว่า การเปิดเสรีให้มีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่โดยไม่มีการ "จำกัด" โควตาการนำเข้าโดยรวม จะส่งผลทำให้ไข่ไก่ล้นตลาดเหมือนกับที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2544-2545 เนื่องจากการเปิดเสรีครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเกิดผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่รายใหม่ ๆ แต่บริษัทผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์เดิมทั้ง 9 รายต่างก็มีสิทธิ์ที่จะขออนุญาตนำเข้าได้เช่นกัน

ทั้งนี้เฉพาะ 6 เดือนแรกของปีนี้ มีการนำเข้าลูกไก่ไข่ P.S. ไปแล้วประมาณ 195,000 ตัว (จะได้ลูกไก่ไข่ประมาณ 19 ล้านตัว) แบ่งเป็นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ประมาณ 47,000 ตัว, บริษัทอาหารเบทเทอร์ เครือเบทาโกร ประมาณ 45,000 ตัว, บริษัทแหลมทองฟาร์ม ประมาณ 29,000 ตัว, บริษัทฟาร์มไก่พันธุ์เกิดเจริญประมาณ 13,000 ตัว, บริษัทฟาร์มกรุงไทย ประมาณ 9,300 ตัว, บริษัทยูไนเต็ดฟีดดิ้ง ประมาณ 7,800 ตัว, บริษัทยู่สูงอาหารสัตว์ ประมาณ 6,048 ตัว, ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดมชัยฟาร์ม ประมาณ 3,300 ตัว และบริษัทสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี ประมาณ 13,440 ตัว

1 ใน 9 บริษัทผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ในปัจจุบัน กล่าวว่า ความกังวลของฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ว่า ไข่ไก่จะล้นตลาดในช่วงไตรมาส 3 ต่อ 4 ของปี 2554 จะส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อราคาลูกไก่ไข่โดยอัตโนมัติ โดยเชื่อว่าราคาลูกไก่ไข่จะปรับตัวลดลงในเร็ว ๆ นี้ "ในขณะนี้ผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์รายใหญ่ ๆ กลัวกันว่า ลูกเล้าจะทิ้งคิวจองลูกไก่ไข่ จากที่เคยขายได้ถึงตัวละ 30 บาทก็จะต้องลดราคาลง อาจเกิดปรากฏการณ์ดัมพ์ลูกไก่ไข่เข้ามาในตลาด

อย่าง ไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่กำลังรอมติ ครม.ที่ส่งเวียนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทุกคนไม่แน่ใจคำว่า "เสรี" กินความหมายมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่อีกด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวที่จะ "จำกัด" ปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ตลอดทั้งปีไว้ไม่ให้เกิน 405,721 ตัว แต่จะเปิดให้มีจำนวนผู้นำเข้าเพิ่มมากกว่า 9 รายในปัจจุบัน

"กระทรวง เกษตรและสหกรณ์กำลังหาทางที่จะจำกัดปริมาณการนำเข้าไว้ไม่เกิน 405,721 ตัว สะท้อนผ่านมาทางความเคลื่อนไหวของนักการเมือง หลาย ๆ คน ตรงนี้จะมีการนำเข้ามาหารือในการประชุม คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ครั้งต่อไป หลังจากที่มติ ครม.เรื่องเปิดเสรีถูกส่งมาที่กระทรวงแล้ว โดยจะดูว่า Egg Board ยังสามารถใช้เป็นกลไกบริหารจัดการการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ได้อีกหรือไม่ หากไม่ได้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี Egg Board อีกต่อไป" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่า ในจำนวนผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ทั้ง 9 รายในปัจจุบัน มีเพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) กับบริษัทอาหารเบทเทอร์ในเครือเบทาโกรเท่านั้น ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะรับมือกับการแข่งขันในอนาคตที่จะเกิดจากการเปิดเสรี การนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ในขณะที่ผู้นำเข้าที่เป็นฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลางเริ่มวิตกกังวลหากเกิด สถานการณ์ไข่ไก่ล้นตลาดเหมือนกับที่เกิดขึ้นมาในอดีต

"ทุกคนรู้ว่า ไข่ไก่จะต้องล้นตลาดแน่ ๆ หากไม่มีการจำกัดปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ การทุ่มตลาดลูกไก่ หรือการทุ่มตลาดไข่ไก่จะหวนกลับคืนมาอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากสำหรับผู้เลี้ยงไก่ไข่อิสระรายย่อยที่กำลังหลง ระเริงอยู่กับการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์โดยเสรี ในส่วนนี้ผู้เลี้ยงไก่ไข่ในภาคตะวันออกกับภาคเหนือรู้ดีว่าเมื่อเปิดเสรี ขึ้นมาจริง ๆ สุดท้ายเมื่อตนเองได้รับโควต้านำเข้าด้วยก็สู้ยักษ์ใหญ่ไม่ได้ เหตุการณ์ก็จะหวนกลับไปเหมือนช่วงไข่ล้นตลาดในปี 2545" แหล่งข่าวกล่าว

ล่า สุดเริ่มมีความเคลื่อนไหวในการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่จากกลุ่มที่เคยถูก คณะกรรมการที่ปรึกษา Egg Board กีดกันในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทเอเอฟอี ซึ่งขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ถึง 58,100 ตัวได้แสดงความพร้อมที่จะยื่นเรื่องขออนุญาตนำเข้ากับกรมปศุสัตว์แล้ว

โด ยลอตแรกอาจจะนำเข้าไม่มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของบริษัทที่รัฐบาลเปิดให้มีการนำเข้า พ่อแม่พันธุ์โดยเสรีอย่างรวดเร็วเช่นกัน

นายกฯเผยหลังรัฐบาลปรับระบบแม่พันธุ์ไก่ราคาไข่จะถูกลง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า หลังจากมีการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ในเร็วๆ นี้ ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มจะถูกลง จากปัจจุบันราคาขายหน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 2.80 บาท โดยในแต่ละวันฟาร์มไก่ไข่ในประเทศสามารถผลิตไข่ได้ถึง 25 ล้านฟอง ทั้งนี้ นายกฯ ยอมรับว่าปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาไข่ไก่สูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศร้อน ประกอบกับโครงสร้างระบบการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่เดิม มีการจำกัดปริมาณนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ลดลงถึงร้อยละ 20 ทำให้การกระจายสู่เกษตรกรรายย่อยไม่เพียงพอ

รัฐบาลจึงได้ปรับระบบบริหารจัดการแม่พันธุ์ไก่ไข่ใหม่ โดยเปิดเสรีการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่เพื่อกระจายไปสู่เกษตรกรายย่อยให้มี โอกาสเลี้ยงไก่ไข่มากขึ้นโดยไม่ผูกขาดกับผู้เลี้ยงรายใหญ่ พร้อมออกมาตรการลดการส่งออกไข่ไก่ให้น้อยลง ยืดอายุของไก่ยืนกรงให้นานขึ้นเพื่อให้มีปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแลในเชิงโครงสร้าง รวมถึงการผลักดันให้นักเรียนกินไข่เหมือนเช่นโครงการนมโรงเรียน

เทสโก้โลตัสช่วยส่งออก

นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโส เทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า เทสโก้ โลตัส ได้ผนึกกำลังกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มการส่งออกไปยังกลุ่มเทสโก้ ที่มีสาขาอยู่ใน 14 ประเทศ โดยสินค้าที่ทำให้รายได้หลัก คือ ผักและผลไม้ ที่รับซื้อจากเกษตรกรไทยโดยตรง ทำให้เทสโก้ โลตัส เป็นหนึ่งในผู้ซื้อสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่าน มา ด้วยการซื้อผักและผลไม้จำนวน 228,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 5,600 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งออกช่วงปี"52/53 จากไทยไปยังกลุ่มเทสโก้ มีมูลค่าสูงถึง 11,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปี"52 ถึง 46% และปีนี้เทสโก้ โลตัสมีแผนรับซื้อผลไม้ตลอดทั้งปีประมาณ 180,000 ตัน มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท

เปิดนำเข้าพันธุ์ไก่เสรี เพิ่ม "รายใหญ่" อีก 4-5 ราย ห่วงผู้เลี้ยงรายย่อยสูญพันธุ์

"เปิดนำเข้าพันธุ์ไก่เสรี" กว่าจะส่งผลอีกปีกว่า "ปศุสัตว์" คาดผู้นำเข้าพันธุ์ไก่จะเพิ่มไม่เกิน 4-5 ราย การกระจายจัดสรรลูกไก่ถึงมือเกษตรกรรายย่อยไร้หลักประกัน รายใหญ่ได้แต้มต่อกุมลูกไก่ในกำมือทั้งราคาทั้งการจัดโควต้า แถมแข่งรายย่อยเลี้ยงไก่-ขายไข่เอง เกษตรกรรายย่อยไร้อำนาจต่อรอง มก.เร่งศึกษาโครงสร้างทั้งระบบก่อนสรุปแนวทางแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาไข่แพงที่พอจะเห็นเป็นรูปธรรมในทันที คือ การที่กระทรวงพาณิชย์ทำโครงการไข่ไก่ธงฟ้าราคาถูก ฟองละ 2.70-2.90 บาท ซึ่งขยายเวลาไปถึงสิ้นเดือนก.ค.นี้ แต่สำหรับแนวทางที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำชับให้กรมปศุสัตว์เปิดให้ผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่รายอื่น นอกเหนือจากปัจจุบัน 9 ราย สามารถขอนำเข้าไก่ได้โดยไม่มีการควบคุม โดยหวังว่าจะเพิ่มการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ กว่าจะได้เห็นไข่ไก่ฟองแรกเข้าสู่ตลาดก็ต้องรอเวลาอีก 1 ปี 4 เดือน ซึ่งเมื่อถึงขณะนั้นยังไม่รู้ว่าไข่ไก่จะล้นตลาดจนทำให้ราคาไข่ไก่ตกต่ำอีก หรือไม่ และไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์จะได้อยู่แก้ไขปัญหานี้ หรือจะเปลี่ยนเป็นรัฐบาลชุดใด

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในรายการ "คมชัดลึก" เนชั่นแชนแนล ว่า ภายหลังนายกฯให้นำเข้าพันธุ์ไก่ได้เสรี มีผู้มายื่นขอแล้ว 1 ราย คือ สหกรณ์ไก่ไข่ฉะเชิงเทรา ตนคาดว่าน่าจะมีผู้นำเข้ารายใหม่อีก 3- 4 รายมายื่นขอนำเข้าพันธุ์ไก่ โดยรวมคาดว่าจะมีผู้นำเข้าไก่รายใหม่เพิ่มขึ้น 4-5 ราย ส่วนปริมาณการนำเข้าจะเปลี่ยนแปลงจาก 405,000 ตัวต่อปีอย่างไร ถ้านำเข้าเกินปีละ 405,000 ตัว อีก 1 ปี 4 เดือนจึงจะเห็นว่าไข่ไก่เพิ่มขึ้นเท่าใด นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่แห่งประเทศไทย กล่าวว่าสถานการณ์ไก่ไข่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่มีผลในแง่จิตวิทยาเท่านั้น

สำหรับที่มาของปัญหาไข่แพงในช่วงนี้ เป็นผลพวงจากการแก้ปัญหาไข่ไก่ราคาตกต่ำในปี 49 โดยการตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ที่ตั้งขึ้นตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2549 นายปรีชากล่าวว่า ในปี 49-50 มีการควบคุมการนำเข้าพันธุ์ไก่ให้มีความสมดุลของการผลิตไข่และการบริโภคที่ ระดับ 405,000 ตัว ในปี 51 เริ่มมีการนำเข้ามาต่ำกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ประมาณ 10,000 ตัว ในปี 52 มีการนำเข้าพันธุ์ไก่ 360,000 ตัว ต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ 40,000 ตัว เพราะผู้นำเข้า 9 รายมองว่า ราคาไข่ยังต่ำอยู่ จึงลดการนำเข้าพันธุ์ไก่ ประกอบกับในปีนี้อากาศร้อน และไก่มีปัญหาโรคระบาด จึงทำให้ผลผลิตไก่ปีนี้ต่ำ

นอกจากปัญหาที่ผู้นำเข้าร่วมกันลดปริมาณการนำเข้าไก่แล้ว ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การกระจายไก่ไม่ทั่วถึง เพราะผู้นำเข้าพันธุ์ไก่ทำครบวงจร คือ นำเข้าพันธุ์ไก่, ผลิตลูกไก่, ผลิตไก่สาว, และผลิตไข่ รวมถึงผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นคู่แข่งกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วไป จึงมีการเก็บพันธุ์ไก่ที่นำเข้าไว้เลี้ยงเองบางส่วน หรือจัดสรรพันธุ์ไก่ให้เกษตรกรโดยมีเงื่อนไขว่าต้องซื้อพ่วงกับอาหารสัตว์ ด้วย นายมาโนชกล่าวว่าผู้นำเข้าไก่รายใหญ่บางรายขยายฟาร์มอย่างมาก การกระจายไก่สู่เกษตรกรไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม และราคาลูกไก่ และไก่สาวแพงเกินไป

สอดคล้องกับนายนรสีห์ ตระกูลช่าง ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคเหนือภาคอิสาน 113 ฟาร์ม เขากล่าวว่าเกษตรกรรายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มีไก่เลี้ยง หรือได้ไก่ไม่พอที่ต้องการเลี้ยง ราคาลูกไก่แพงมาก ซึ่งเกษตรกรซื้อมาเลี้ยงก็ต้องรับความเสี่ยงเองในเรื่องราคาไข่ แต่ที่สำคัญคือเกษตรกรไม่มีไก่เลี้ยง ก็ไม่มีไข่ขาย การที่ไข่ราคาแพงผู้ที่ได้ประโยชน์ครั้งนี้ไม่ใช่เกษตรกรรายย่อย

นายอุทัย คันโธ ผู้อำนวยการสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ระบุว่า การเปิดเสรีให้นำเข้าพันธุ์ไก่ รัฐบาลตัดสินใจเร็วเกินไปหน่อย เพราะเพิ่งให้มหาวิทยาลัยเกษตรศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขในเรื่อง นี้ ตนเห็นว่าการเปิดให้นำเข้าพันธุ์ไก่ได้เสรี แน่นอนว่าสามารถแก้ปัญหาการขาดลูกไก่ได้ แต่ผู้นำเข้ารายใหม่ที่มีศักยภาพในการนำเข้าพันธุ์ไก่จริงมีไม่กี่ราย และไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาการกระจายไก่ไปถึงเกษตรกรรายย่อยได้หรือไม่

ถ้ารัฐบาลจะเปิดให้แข่งขันกันอย่างเสรีเกษตรกรอิสระจะต้องได้รับการพัฒนาขึ้นมาให้สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ เนื่องจากผู้นำเข้าที่ทำครบวงจรก็มีอำนาจจัดสรรไก่ มีการขายพ่วงอาหารสัตว์ และยังเลี้ยงไก่เอง ขายไข่เองด้วย รายใหญ่ยังได้เปรียบค่อนข้างมาก นอกจากนี้ เขาเกรงว่า "หากให้นำเข้าเสรีมากๆอาจจะมีภาวะไข่ล้นตลาดเหมือนช่วงก่อนที่มีเอ้กบอร์ด มองว่าการกำหนดจำนวนนำเข้ารวมไม่ให้เกิน 405,000 ตัวต่อปี ยังมีความจำเป็น แต่ควรกระจายให้ทั่วถึง เพราะปัญหาหลักคือไก่มีการกระจุกตัว"

อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยอาจจะมีผู้นำเข้าพันธุ์ไก่รายใหม่ที่เป็นตัวแทนเกษตรกรอิสระ 113 ฟาร์ม ที่นำเข้าเพื่อจัดสรรให้เกษตรกรอิสระที่ไร้อำนาจต่อรองกับรายใหญ่ นายนรสีห์กล่าวว่ากลุ่มเกษตรกรอิสระ 113 ฟาร์ม เคยขอนำเข้าพันธุ์ไก่ตั้งแต่ปี 46 แต่ก็ไม่สามารถนำเข้าได้ จึงเห็นด้วยที่ให้นำเข้าได้เสรี นายนรสีห์มองว่าปัจจุบันเกษตรกรแบ่งได้เป็นเกษตรกรมีสังกัด คือ ทำคอนแทร็คฟาร์มมิ่ง ซื้ออาหารสัตว์จากผู้นำเข้า 9 ราย และเกษตรกรไม่มีสังกัดคือผสมอาหารไก่เอง ไม่ซื้อจาก 9 ราย จึงไม่มีไก่มาเลี้ยง

นายนรสีห์ ในฐานะตัวแทนเกษตรกรอิสระ 113 ฟาร์มแล้ว ยังเป็นประธานกรรมการ บริษัทเอเอฟอีอีกด้วย เขากล่าวว่าบริษัทเอเอฟอีเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรอิสระ 59 ราย เพื่อผลิตอาหารไก่เอง เพื่อลดต้นทุน แก้ปัญหาอาหารไก่แพงและการปลอมปน เขากล่าวว่าหากเกษตรกรสามารถรวมตัวกันได้ สามารถผลิตลูกไก่ไข่เองได้ก็จะมีพันธุ์สัตว์ราคาถูก รวมตัวกันผลิตอาหารสัตว์เองได้ก็จะมีอาหารไก่ราคาถูก ก็จะสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้

มุมมองของนายนรสีห์สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงพันธุ์ไก่ มีการจัดสรรลูกไก่ทั้งปริมาณ และราคาอย่างเป็นธรรม รวมถึงสามารถควบคุมคุณภาพและราคาอาหารสัตว์เองได้ ก็จะเป็นการแข่งขันการค้าอย่างเสรีที่ไม่มีอำนาจเหนือตลาดหรือการผูกขาดตลาด นายอุทัยกล่าวว่าตอนนี้ตลาดมีการผูกขาด มีอำนาจเหนือตลาดเกิดขึ้น มีการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม เช่น การขึ้นราคาขายลูกไก่และไก่สาว เมื่อมีการลดนำเข้าพันธุ์ไก่ 20% ก็มีการขึ้นราคาลูกไก่และไก่สาวตามมา อย่างไรก็ตามในฐานะคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการผลิตไข่ไก่จะศึกษาปัญหาของทั้ง ระบบ ดูผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา และสรุปรายงานเสนอให้กรมปศุสัตว์เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป