เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ บุกพาณิชย์ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐเร่งพิจารณาปรับขึ้นราคาไข่ไก่ ไม่ต่ำ 2.60 บาทต่อฟอง อ้างแบกต้นทุนต่อไปไม่ไหว พร้อมวอนให้เปิดรับจำนำไข่เหมือนกับสินค้าเกษตรตัวอื่น ขู่หากรัฐบาลเมินเฉยไม่ช่วยเหลือ จะรวมกลุ่มประท้วง ด้าน"บุญทรง"ยันไม่มีนโยบายรับจำนำไข่ แต่รับปากช่วยดูแลด้านต้นทุน
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จากทั่วประเทศทั้งภาคตะวันออก อีสาน และภาคใต้ รวมกลุ่มกันมายื่นหนังสือเพื่อร้องขอความช่วยเหลือกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ โดยเรียกร้องให้ทำการปรับขึ้นราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มอีก 40 สตางค์ เป็นฟองละ 2.60-2.70 บาท ตามต้นทุนที่สูงขึ้น จากปัจจุบันราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มยังอยู่ที่ฟองละ 2.20 บาท
นายบุญยง ศรีไตรราศี ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด เปิดเผยว่าขณะนี้เกษตรกรได้ทำการปรับราคาไข่คละหน้าฟาร์มมาอยู่ที่ฟองละ 2.40 บาทแล้ว แต่ก็ยังไม่คุ้มกับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งตัวเลขจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่าต้นทุนการเลี้ยงไก่ไข่อยู่ที่ฟองละ 2.64 บาท จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาปรับราคาแนะนำไข่ไก่เพิ่มอีก ให้อยู่ที่ฟองละไม่ต่ำกว่า 2.60 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ต้องแบกภาระขาดทุนมานานกว่า 2 เดือน
นอกจากนี้ได้เสนอให้ดูแลการนำเข้าเสรีพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หลังจากก่อนหน้านี้ต้องประสบกับปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดซึ่งเกษตรกรทยอยปลดระวงแม่ไก่ยืนกรงไปแล้วประมาณ 30% เหลือกำลังการผลิต 60-70% ทำให้ขณะนี้ผลผลิตไข่ไก่อยู่ในระดับเหมาะสมกับความต้องการ โดยผลผลิตไข่ไก่ในปัจจุบันอยู่ที่ 23 ล้านฟองต่อวัน จากก่อนหน้าล้นตลาดอยู่ที่ 26 ล้านฟองต่อวัน
ขณะเดียวกันต้องการให้ทางการดูแลต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามทิศทางของราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยล่าสุดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพีได้ทำการ ปรับเพิ่มราคาอาหารสัตว์อีกกิโลกรัมละ(กก.) 20 สตางค์ ส่วนบริษัท เบทาโกร และบริษัทไทยฟู้ด ก็ปรับขึ้นราคาอีก 10 สตางค์
นายชัยพร สีถัน ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ต้องการเสนอให้รัฐบาลเปิดรับจำนำไข่ไก่ เหมือนกับการเปิดรับจำนำสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ โดยให้กรมการค้าภายในไปบริหารสต็อกและไม่ควรเปิดให้มีการนำเข้าไข่ไก่ เนื่องจากจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคเข้ามาในประเทศ ขณะเดียวกันควรให้มีการเปิดเผยรายละเอียดบริษัทนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่เพื่อให้รู้ว่ามีตัวตนที่แท้จริง ซึ่งควรตรวจสอบการนำเข้าของบริษัทนำเข้าด้วยว่าเป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงหรือไม่
ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยมีกว่าหมื่นราย และได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาไข่ราคาตกต่ำ ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือเป็นไปได้ที่เกษตรกรจะรวมกลุ่มกันประท้วงรัฐบาล
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนได้รับทราบปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่แล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอในการให้ยกเลิกการควบคุมราคาไข่ไก่นั้นคงเป็นไปไม่ได้ และจะยังไม่ปรับขึ้นราคาไข่ไก่ตามที่เกษตรกรเรียกร้องมา รวมทั้งคงจะไม่เปิดโครงการจำนำไข่ไก่ตามที่เสนอเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้กรมการค้าภายในดูแลในเรื่องโครงสร้างต้นทุนราคาในการผลิต ว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้อย่างไรบ้าง โดยเบื้องต้นกรมการค้าภายในจะประสานขอดูโครงสร้างต้นทุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพิจารณาด้วย
นอกจากนี้ จะประสานไปยังคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ เอ้กบอร์ด และกรมปศุสัตว์ ในเรื่องการเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ โดยจะทบทวนถึงนโยบายดังกล่าว เนื่องจากการเปิดเสรีการนำเข้าตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ส่งผลให้จำนวนแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มมากขึ้น ผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาด ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาราคาตกต่ำดังกล่าว
อนึ่งก่อนหน้านี้นายนรินทร์ ปรารถนาพร เลขานุการสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ระบุว่า การที่รมว.พาณิชย์จะขอความร่วมมือในการตรึงราคาไข่ไก่ต่อไปนั้นก็ขอความเป็นธรรมด้วยหากจะตรึงราคาก็ขอให้ตรึงที่ราคาต้นทุน 2.60 บาท ไม่ใช่ราคาที่เกษตรกรต้องขายขาดทุน จนอยู่ไม่ได้ในขณะนี้ การที่ราคาอาหารสัตว์ขึ้นมาต้นทุนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำ แต่ถ้ากระทรวงพาณิชย์ช่วยในเรื่องการลดต้นทุนราคาอาหารสัตว์ได้จริงก็ถือเป็นเรื่องดีถ้าทำได้ แต่ขณะนี้เกษตรกรดูเหมือนจะมองไม่เห็นอนาคตว่าจะอยู่รอดได้อย่างไร