จับตาบรรษัท

ซีพีเอฟปรับโครงสร้าง รวบกิจการบริษัทย่อย!

นางสาวพัชรา ชาติบัญชาชัย เลขานุการบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้จดทะเบียนบริษัทย่อยใหม่ ชื่อ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เกิดขึ้นมาจากการควบบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทยจำนวน 10 บริษัท ตามมติของคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.54 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน

“ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) มีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว จำนวน 7,008,250,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 7,008,250,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ถือหุ้นโดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 99.98 เป็นบริษัทที่เกิดขึ้นจากการควบบริษัทย่อย 10 บริษัท ซึ่งได้แก่ บริษัท กรุงเทพผลิตผลอุตสาหกรรมการเกษตร, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อีสาน, บริษัท กรุงเทพผลิตภัณฑ์อาหาร, บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร, บริษัท บี.พี. ผลิตภัณฑ์อาหาร, บริษัท ราชบุรีอาหาร, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม, บริษัท ซี.พี. เกษตรอุตสาหกรรม, บริษัท แกลง และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท ฟู้ด จำกัด เข้ากันเป็นบริษัทย่อยใหม่ 1 บริษัท”

พณ.ปัดข้อเสนอผู้เลี้ยงไก่ไข่

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2555 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จากทั่วประเทศรวมกลุ่มกันมายื่นหนังสือเพื่อร้องขอความช่วยเหลือกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์(พณ.) ให้ปรับราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มขึ้นอีก 40 สตางค์ จากฟองละ 2.20 บาท เป็นฟองละ 2.60-2.70 บาท ตามต้นทุนที่สูงขึ้น

นายบุญทรง กล่าวว่า ข้อเสนอให้ยกเลิกการควบคุมราคาไข่ไก่นั้นคงเป็นไปไม่ได้ และจะยังไม่ปรับขึ้นราคาตามที่เรียกร้องมา รวมทั้งจะไม่เปิดโครงการรับจำนำไข่ไก่ตามที่เสนอเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งให้กรมการค้าภายในดูแลเรื่องโครงสร้างต้นทุนราคาในการผลิตว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้อย่างไรบ้าง

ผู้เลี้ยงไข่ไก่โวยขาดทุนร้องรัฐช่วยดันราคา ขู่ปลุกม็อบประท้วงรัฐบาล

เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ บุกพาณิชย์ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐเร่งพิจารณาปรับขึ้นราคาไข่ไก่ ไม่ต่ำ 2.60 บาทต่อฟอง อ้างแบกต้นทุนต่อไปไม่ไหว พร้อมวอนให้เปิดรับจำนำไข่เหมือนกับสินค้าเกษตรตัวอื่น ขู่หากรัฐบาลเมินเฉยไม่ช่วยเหลือ จะรวมกลุ่มประท้วง ด้าน"บุญทรง"ยันไม่มีนโยบายรับจำนำไข่ แต่รับปากช่วยดูแลด้านต้นทุน

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จากทั่วประเทศทั้งภาคตะวันออก อีสาน และภาคใต้ รวมกลุ่มกันมายื่นหนังสือเพื่อร้องขอความช่วยเหลือกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ โดยเรียกร้องให้ทำการปรับขึ้นราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มอีก 40 สตางค์ เป็นฟองละ 2.60-2.70 บาท ตามต้นทุนที่สูงขึ้น จากปัจจุบันราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มยังอยู่ที่ฟองละ 2.20 บาท

นายบุญยง ศรีไตรราศี ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด เปิดเผยว่าขณะนี้เกษตรกรได้ทำการปรับราคาไข่คละหน้าฟาร์มมาอยู่ที่ฟองละ 2.40 บาทแล้ว แต่ก็ยังไม่คุ้มกับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งตัวเลขจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่าต้นทุนการเลี้ยงไก่ไข่อยู่ที่ฟองละ 2.64 บาท จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาปรับราคาแนะนำไข่ไก่เพิ่มอีก ให้อยู่ที่ฟองละไม่ต่ำกว่า 2.60 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ต้องแบกภาระขาดทุนมานานกว่า 2 เดือน

นอกจากนี้ได้เสนอให้ดูแลการนำเข้าเสรีพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หลังจากก่อนหน้านี้ต้องประสบกับปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดซึ่งเกษตรกรทยอยปลดระวงแม่ไก่ยืนกรงไปแล้วประมาณ 30% เหลือกำลังการผลิต 60-70% ทำให้ขณะนี้ผลผลิตไข่ไก่อยู่ในระดับเหมาะสมกับความต้องการ โดยผลผลิตไข่ไก่ในปัจจุบันอยู่ที่ 23 ล้านฟองต่อวัน จากก่อนหน้าล้นตลาดอยู่ที่ 26 ล้านฟองต่อวัน

ขณะเดียวกันต้องการให้ทางการดูแลต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามทิศทางของราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยล่าสุดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพีได้ทำการ ปรับเพิ่มราคาอาหารสัตว์อีกกิโลกรัมละ(กก.) 20 สตางค์ ส่วนบริษัท เบทาโกร และบริษัทไทยฟู้ด ก็ปรับขึ้นราคาอีก 10 สตางค์

นายชัยพร สีถัน ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ต้องการเสนอให้รัฐบาลเปิดรับจำนำไข่ไก่ เหมือนกับการเปิดรับจำนำสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ โดยให้กรมการค้าภายในไปบริหารสต็อกและไม่ควรเปิดให้มีการนำเข้าไข่ไก่ เนื่องจากจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคเข้ามาในประเทศ ขณะเดียวกันควรให้มีการเปิดเผยรายละเอียดบริษัทนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่เพื่อให้รู้ว่ามีตัวตนที่แท้จริง ซึ่งควรตรวจสอบการนำเข้าของบริษัทนำเข้าด้วยว่าเป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงหรือไม่

ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยมีกว่าหมื่นราย และได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาไข่ราคาตกต่ำ ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือเป็นไปได้ที่เกษตรกรจะรวมกลุ่มกันประท้วงรัฐบาล

ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนได้รับทราบปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่แล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอในการให้ยกเลิกการควบคุมราคาไข่ไก่นั้นคงเป็นไปไม่ได้ และจะยังไม่ปรับขึ้นราคาไข่ไก่ตามที่เกษตรกรเรียกร้องมา รวมทั้งคงจะไม่เปิดโครงการจำนำไข่ไก่ตามที่เสนอเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้กรมการค้าภายในดูแลในเรื่องโครงสร้างต้นทุนราคาในการผลิต ว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้อย่างไรบ้าง โดยเบื้องต้นกรมการค้าภายในจะประสานขอดูโครงสร้างต้นทุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพิจารณาด้วย

นอกจากนี้ จะประสานไปยังคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ เอ้กบอร์ด และกรมปศุสัตว์ ในเรื่องการเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ โดยจะทบทวนถึงนโยบายดังกล่าว เนื่องจากการเปิดเสรีการนำเข้าตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ส่งผลให้จำนวนแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มมากขึ้น ผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาด ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาราคาตกต่ำดังกล่าว

อนึ่งก่อนหน้านี้นายนรินทร์ ปรารถนาพร เลขานุการสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ระบุว่า การที่รมว.พาณิชย์จะขอความร่วมมือในการตรึงราคาไข่ไก่ต่อไปนั้นก็ขอความเป็นธรรมด้วยหากจะตรึงราคาก็ขอให้ตรึงที่ราคาต้นทุน 2.60 บาท ไม่ใช่ราคาที่เกษตรกรต้องขายขาดทุน จนอยู่ไม่ได้ในขณะนี้ การที่ราคาอาหารสัตว์ขึ้นมาต้นทุนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำ แต่ถ้ากระทรวงพาณิชย์ช่วยในเรื่องการลดต้นทุนราคาอาหารสัตว์ได้จริงก็ถือเป็นเรื่องดีถ้าทำได้ แต่ขณะนี้เกษตรกรดูเหมือนจะมองไม่เห็นอนาคตว่าจะอยู่รอดได้อย่างไร

ห้ามไข่ขึ้น!บีบอาหารสัตว์ลด ชงเลิกนำเข้าเสรีแม่ไก่ เงินเฟ้อม.ค.ยังสูง3.38%

“บุญทรง” เมินขึ้นราคาแนะนำไข่ไก่ หันบีบราคาอาหารสัตว์ปรับลด พร้อมชงเอ้กบอร์ด ยกเลิกนำเข้าแม่ไก่เสรี แก้ปัญหาไข่ล้นตลาด พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ประเดิมมะโรงพุ่ง 3.38% สูงขึ้นจาก ธ.ค.ปีก่อน 0.39 % ผลจากน้ำมันแพง "ยรรยง" ย้ำอีกทั้งปีกดอยู่ในกรอบ 3.3-3.8% ระบุเงินเดือน 15,000 ค่าแรง 300 ส่งผลจิ๊บจ๊อย

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่และผู้เกี่ยวข้อง ว่า ยังไม่อนุญาตให้ปรับขึ้นราคาแนะนำไข่ไก่ตามที่เกษตรกรเรียกร้อง และยังคงราคาแนะนำเดิมสำหรับไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม ฟองละ 2.20 บาทต่อไป เนื่องจากกระทบต่อภาวะค่าครองชีพของผู้บริโภค แต่กระทรวงพาณิชย์จะหาทางออกให้ ด้วยการลดต้นทุนการเลี้ยงให้เกษตรกรแทน เพราะขณะนี้ปัญหาที่ผู้เลี้ยงขาดทุนเนื่องจากมีต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากราคาอาหารสัตว์ที่เป็นต้นทุนการเลี้ยงถึง 70% รวมถึงค่าสาธารณูปโภคและค่าขนส่งที่สูงขึ้น

เบื้องต้น กระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือถึงการคำนวณโครงสร้างต้นทุนการเลี้ยงไก่ไข่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและกำหนดแนวทางการดูแล ขณะเดียวกัน จะเข้าไปดูการลดราคาต้นทุนผลิตอาหารสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง ที่ขณะนี้ราคาขยับสูงขึ้น เพราะหากปรับลดได้ จะทำให้ต้นทุนการเลี้ยงลดลง และช่วยบรรเทาปัญหาการขาดทุนไปได้

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) วันที่ 7 ก.พ.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้มีการยกเลิกนโยบายเปิดนำเข้าแม่พันธุ์ไก่เสรี เป็นการกำหนดปริมาณนำเข้าที่เหมาะสมแทน เพราะผลจากการเปิดเสรีตั้งแต่กลางปี 2553 ทำให้มีแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มขึ้นมาก และฟักไข่ออกมาเกินความต้องการผู้บริโภควันละ 3-4 ล้านฟอง เพิ่มจากปกติคนไทยต้องการบริโภค 27-28 ล้านฟองต่อวัน เพิ่มเป็น 30-31 ล้านฟองต่อวัน

นายบุญยง ศรีไตรราศี ประธานกรรมการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี กล่าวว่า ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ยกเลิกราคาแนะนำไข่ไก่ เพื่อให้ราคาขยับขึ้นตามภาวะต้นทุนการเลี้ยงฟองละ 2.60-2.70 บาท เพราะขณะนี้ราคาแนะนำไข่ไก่ที่กำหนด ทำให้ผู้ซื้อกดราคารับซื้อจากเกษตรกร นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐทบทวนการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ เพราะเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด ราคาตกต่ำ เหลือไข่คละฟองละ 1.60-1.80 บาท สวนทางกับต้นทุนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ฟองละ 2.60 บาท

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค.2555 เท่ากับ 113.21 สูงขึ้น 3.38% เทียบเดือน ม.ค.2554 สูงขึ้น 0.39% เทียบเดือน ธ.ค.2554 ส่วนดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน ม.ค.2555 เท่ากับ 107.26 สูงขึ้น 2.75% เทียบเดือน ม.ค.2554 และสูงขึ้น 0.26% เทียบเดือนธ.ค.2554

“อัตราเงินเฟ้อในเดือน ม.ค.ที่สูงขึ้น 3.38% ถือว่ายังอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ ซึ่งยังคงเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2555 ในกรอบ 3.3-3.8% ภายใต้สมมติฐาน ราคาน้ำมันทั้งปีเฉลี่ย 95-115 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 29-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และรัฐบาลยังคงมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ทั้งการตรึงราคาค่าก๊าซหุงต้ม การบริการรถเมล์โดยสารประจำทางฟรี รถไฟชั้น 3 ฟรี ค่าเล่าเรียน และค่าชุดนักเรียนฟรี” นายยรรยง กล่าว

นายยรรยง กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็น 15,000 บาทต่อเดือน และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ไม่น่าจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นมากนัก โดยคาดว่าการขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเพียง 0.01-0.02% และค่าแรงขั้นต่ำทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น เพราะเป็นการทยอยปรับขึ้น ไม่ได้ขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ

'บุญทรง'​ใจ​แข็ง​ไม่ขึ้นราคา​ไข่​ไก่

นายบุญทรง ​เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่า​การกระทรวงพาณิชย์ ​เปิด​เผยภายหลัง​การหารือกับสมาคม​ผู้​เลี้ยง​ไก่​ไข่​และ​ผู้​เกี่ยวข้อง ว่า ยัง​ไม่อนุญาต​ให้ปรับขึ้นราคา​แนะนำ​ไข่​ไก่ตามที่​เกษตรกร​เรียกร้อง ​และยังคงราคา​แนะนำ​เดิมสำหรับ​ไข่​ไก่คละหน้าฟาร์มฟองละ 2.20 บาทต่อ​ไป ​เนื่องจากกระทบต่อภาวะค่าครองชีพของ​ผู้บริ​โภค ​แต่กระทรวงพาณิชย์จะหาทางออก​ให้ด้วย​การลดต้นทุน​การ​เลี้ยง​ให้​เกษตรกร​แทน ​เพราะขณะนี้ปัญหาที่​ผู้​เลี้ยงต้องขาดทุน​เนื่องจากมีต้นทุน​การ​เลี้ยง​เพิ่มขึ้น ​โดย​เฉพาะจากราคาอาหารสัตว์ที่​เป็นต้นทุน​การ​เลี้ยง​ถึง 70% รวม​ถึงค่าสาธารณูป​โภค​และค่าขนส่งที่สูงขึ้นด้วย

​ทั้งนี้ ​ได้สั่ง​การ​ให้กรม​การค้าภาย​ในรวบรวมข้อมูลต้นทุนราคาอาหารสัตว์ ​และจะ​เร่งประสาน​ไปยังกระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์​เพื่อหารือ​ถึง​การคำนวณ​โครงสร้างต้นทุน​การ​เลี้ยง​ไก่​ไข่​ให้สอดคล้องกับสถาน​การณ์ปัจจุบัน​และกำหนด​แนวทาง​การดู​แล ขณะ​เดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะ​เข้า​ไปดู​การลดราคาต้นทุนผลิตอาหารสัตว์ ข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์ กากถั่ว​เหลืองที่ขณะนี้ราคาขยับ​เพิ่มสูงขึ้น ​เพราะหากปรับลด​ได้จะ​ทำ​ให้ต้นทุน​การ​เลี้ยงลดลง ​และช่วยบรร​เทาปัญหา​การขาดทุน​ไป​ได้

นอกจากนี้ ​ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ จะมี​การประชุมคณะกรรม​การน​โยบาย​การพัฒนา​ไก่​ไข่​และผลิตภัณฑ์ ​หรือ​เอ้กบอร์ด กระทรวงพาณิชย์จะ​เสนอ​ให้มี​การยก​เลิกน​โยบาย​เปิดนำ​เข้า​แม่พันธุ์​ไก่​เสรี ​เป็น​การกำหนดปริมาณนำ​เข้าที่​เหมาะสม​แทน ​เพราะผลจาก​การ​เปิด​เสรี​แม่พันธุ์​ไก่ตั้ง​แต่กลางปี 53 ​ทำ​ให้มี​แม่​ไก่ยืนกรง​เพิ่มขึ้นมาก ​และฟัก​ไข่ออกมา​เกิน​ความต้อง​การของ​ผู้บริ​โภควันละ 3-4 ล้านฟอง ​หรือจากปกติคน​ไทยต้อง​การบริ​โภค 27-28 ล้านฟอง ​เพิ่ม​เป็น 30-31 ล้านฟอง ดังนั้นจะต้องพิจารณาจำนวน​ไก่ยืนกรง​ให้มีปริมาณ​เหมาะสมด้วย

พร้อมกันนี้นายบุญยง ศรี​ไตรราศี ประธานกรรม​การ สหกรณ์​ผู้​เลี้ยง​ไก่​ไข่ชลบุรี กล่าวว่า ต้อง​การ​ให้กระทรวงพาณิชย์ยก​เลิกราคา​แนะนำ​ไข่​ไก่ ​เพื่อ​ให้ราคาขยับขึ้นตามภาวะต้นทุน​การ​เลี้ยงฟองละ 2.60-2.70 บาท ​เพราะขณะนี้ราคา​แนะนำ​ไข่​ไก่ที่กำหนด​ทำ​ให้​ผู้ซื้อกดราคารับซื้อจาก​เกษตรกร นอกจากนี้ยังต้อง​การ​ให้รัฐทบทวน​การ​เปิด​เสรีนำ​เข้า​แม่พันธุ์​ไก่ ​เพราะ​เป็นต้น​เหตุ​ให้​เกิดปัญหา​ไข่​ไก่ล้นตลาด ราคาตกต่ำ ​เหลือ​ไข่คละฟองละ 1.60-1.80 บาท สวนทางกับต้นทุน​เพิ่มขึ้นอยู่ที่ฟองละ 2.60 บาท

อย่าง​ไร​ก็ตาม ตอนนี้​ผู้​เลี้ยงต้องขาดทุน​ใน​การ​เลี้ยง​ไก่​ไข่​ถึงฟองละ 1 บาท มานานกว่า 2 ​เดือน​แล้ว จนต้องปลด​แม่​ไก่​เหลือ 60-70% ดังนั้นรัฐ​ก็น่าจะปลดล็อกคุมราคา​เพื่อ​ให้ราคา​เป็น​ไปตามกล​ไกตลาด ​ซึ่งกรม​การค้าภาย​ใน​เอง​ก็มองว่าหากราคา​ไข่​เบอร์ 3 ขายปลีกฟองละ 3 บาท​ก็รับ​ได้ ​ซึ่งปรับขึ้นจากราคาหน้าฟาร์ม 2.20 บาท​เป็น 2.60 บาท ​ก็ยัง​ทำ​ให้​ไข่​ไก่​ไม่​เกิน​ถึงฟองละ 3.50-4 บาท ​ผู้บริ​โภค​ก็น่าจะรับ​ได้ ​เพราะรัฐบาล​ก็​เตรียม​แทรก​แซงราคาอาหารสำ​เร็จรูป​ใน​การช่วย​เหลือประชาชน​และ​ไม่​เกิดภาวะ​ไข่​ไก่ตรึง​ในอนาคต

อาหาร-น้ำมัน​แพงกดดัน​เงิน​เฟ้อพุ่ง ​เดือนมกราคม​แตะ3.38% พาณิชย์ปลอบ​ไม่หลุดกรอบ

พาณิชย์ ​เผย ​เงิน​เฟ้อ​เดือนมกราคมพุ่ง 3.38% ​เกิดจาก​แรงกดดันของราคาอาหาร ​เครื่องดื่ม น้ำมัน ที่สูงต่อ​เนื่อง ​แต่ยังมั่น​ใจ​ทั้งปีอยู่​ในกรอบ 3.30-3.80% ขณะที่ปัญหา​เศรษฐกิจ​โลก ​การ​เมือง รวม​ทั้งภัยธรรมชาติ ค่า​เงินผันผวน ดอก​เบี้ยขาลง ยัง​เป็นปัจจัย​เสี่ยงของ​เงิน​เฟ้อ ขึ้น​เงิน​เดือนข้าราช​การ​และค่า​แรง 300 บาทมีผล​แค่​เล็กน้อย

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ​เปิด​เผยว่า ดัชนีราคา​ผู้บริ​โภคทั่ว​ไป(CPI)​เดือน มกราคม 2555 อยู่ที่ 113.21 ​เพิ่มขึ้น 3.38% จากช่วง​เดียวกันของปีก่อน ​และ​เพิ่มขึ้น 0.39% ​เมื่อ​เทียบกับ​เดือนธันวาคม 2554 ​เป็น​การ​เพิ่มขึ้น​แบบชะลอตัวตามภาวะ​การฟื้นตัวของประ​เทศ ที่อยู่​ในช่วง​เยียวยาหลังประสบสถาน​การณ์อุทกภัยอย่างรุน​แรง

ส่วนดัชนีราคา​ผู้บริ​โภคพื้นฐานของประ​เทศ(Core CPI) ​เดือนมกราคม 2555อยู่ที่ 107.26 ​เพิ่มขึ้น 2.75% จาก​เดือน​เดียวกันของปีก่อน ​และ​เพิ่มขึ้น 0.26% ​เมื่อ​เทียบกับ​เดือนธันวาคม 2554

ขณะที่ดัชนีราคาหมวดอาหาร​และ​เครื่องดื่มอยู่ที่ 135.48 ​เพิ่มขึ้น 7.70% จาก​เดือน​เดียวกันของปีก่อน ​แต่ลดลง 0.21% ​เมื่อ​เทียบกับ​เดือนธันวาคม 2554 ส่วนดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่​ไม่​ใช่อาหาร​และ​เครื่องดื่มอยู่ที่ 100.34 ​เพิ่มขึ้น 0.73% จาก​เดือน​เดียวกันของปีก่อน ​และ​เพิ่มขึ้น 0.79% ​เมื่อ​เทียบกับ​เดือนธันวาคม 2554

นายยรรยง กล่าวว่า สา​เหตุที่อัตรา​เงิน​เฟ้อ​ใน​เดือนมกราคม 2555ปรับตัวสูงขึ้น 0.39% จาก​เดือนธันวาคม 2554 นั้นมาจากราคาสินค้าสินค้าหมวดอื่นๆ ที่​ไม่​ใช่อาหาร​และ​เครื่องดื่ม ​โดย​เฉพาะหมวดราคาน้ำมัน​เชื้อ​เพลิงที่ราคาขายปลีก​ในประ​เทศปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะราคา​ในตลาด​โลก

​และ​การจัด​เ​ก็บ​เงิน​เข้ากองทุนน้ำมัน​เชื้อ​เพลิงตามน​โยบายรัฐบาล ​โดยดัชนีราคาน้ำมัน​เชื้อ​เพลิงสูงขึ้น 6.48% รวม​ทั้ง​การสูงขึ้นของค่า​ไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ตามต้นทุน​การผลิต นอกจากนี้ วัสดุก่อสร้าง สินค้าที่​เกี่ยวกับ​การ​ทำ​ความสะอาดบ้าน ​และของ​ใช้ส่วนบุคคลราคามี​แนว​โน้มปรับตัวสูงขึ้น

​แต่หาก​เปรียบ​เทียบกับช่วง​เดียวกันของปีก่อนมีสา​เหตุมาจากดัชนีหมวดอาหาร​และ​เครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้น 7.70% ​โดยสินค้า​ในหมวดข้าว ​แป้ง ​และผลิตภัณฑ์จาก​แป้ง ปรับตัวสูงขึ้น 2.34% ​เนื้อสัตว์สูงขึ้น 10.52% ​ไข่​และผลิตภัณฑ์นมสูงขึ้น 2.30% ขณะที่ดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่​ไม่​ใช่อาหาร​และ​เครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้น 0.73% ​ได้​แก่ หมวด​เคหสถานสูงขึ้น 2.20% หมวด​การตรวจรักษา​และบริ​การส่วนบุคคล 1.08% หมวด​เครื่องนุ่มห่ม​และรอง​เท้าสูงขึ้น 0.75%

​ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ยัง​เชื่อมั่นว่าอัตรา​เงิน​เฟ้อ​ในช่วง​ไตรมาส​แรกของปี 2555 จะอยู่​ในกรอบระหว่าง 3.65-3.75% ส่วนอัตรา​เงิน​เฟ้อ​ทั้งปีอยู่​ในกรอบระหว่าง 3.30-3.80% ภาย​ใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดู​ไบอยู่ที่ 95-115 ดอลลาร์/บาร์​เรล อัตรา​แลก​เปลี่ยนอยู่ที่ 29-33 บาท/ดอลลาร์ รัฐบาลยังคงมาตร​การลดค่าครองชีพ​เพื่อช่วย​เหลือประชาชนต่อ​ไป ขณะที่ปัจจัย​เสี่ยงปีนี้ที่มีผลต่ออัตรา​เงิน​เฟ้อ ​ได้​แก่ ​ความผันผวนจาก​เศรษฐกิจ​โลก ตลอดจนปัญหา​การ​เมือง​ทั้งประ​เทศ​และต่างประ​เทศ ปัญหาภัยธรรมชาติ ​ความผันผวนของอัตรา​แลก​เปลี่ยน ​แนว​โน้มอัตราดอก​เบี้ย ขาลง

ส่วนกรณีที่รัฐบาลอนุมัติ​ให้ปรับฐาน​เงิน​เดือนขั้นต่ำ​ให้กับข้าราช​การที่จบ​การศึกษาระดับปริญญาตรีนั้นยืนยันว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตรา​เงิน​เฟ้อ​ในระดับที่ต่ำมาก​เพียง 0.01-0.02% ต่อปี​เท่านั้น ขณะที่​การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทของภาค​เอกชนนั้นจะมีผลกระทบต่อ​เงิน​เฟ้อ​ไม่​ถึง 0.1% ​เนื่องจาก​ไม่​ได้มี​การปรับขึ้นพร้อมกันทั่วประ​เทศ อย่าง​ไร​ก็ตาม ดัชนีราคา​ผู้บริ​โภคพื้นฐาน​ใน​เดือนมกราคม 2555 ยัง​เป็น​ไปตาม​เป้าหมายอัตรา​เงิน​เฟ้อพื้นฐานที่ธนาคาร​แห่งประ​เทศ​ไทย(ธปท.)กำหนด​ในกรอบ 0.5-3.0%

รมว.พาณิชย์ ยัน​ไม่ขึ้นราคา​ไข่​ไก่-​เตรียม​เสนอ Egg Board ยก​เลิกนำ​เข้า​แม่พันธุ์

นายบุญทรง ​เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ​เปิด​เผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะยัง​ไม่อนุญาต​ให้ปรับขึ้นราคา​แนะนำ​ไข่​ไก่ตามที่​เกษตรกร​เรียกร้อง ​โดยยังคงราคา​แนะนำ​เดิมสำหรับ​ไข่​ไก่คละหน้าฟาร์มฟองละ 2.20 บาทต่อ​ไป ​เพราะหากปรับขึ้นจะกระทบต่อภาวะค่าครองชีพของประชาชน​ทั้งประ​เทศ ​แต่กระทรวงพาณิชย์จะหาทางลดต้นทุน​การ​เลี้ยง​ให้​เกษตรกร​แทน

​เนื่องจาก ภายหลัง​การหารือกับสมาคม​ผู้​เลี้ยง​ไก่​ไข่​และ​ผู้​เกี่ยวข้อง​แล้ว ทราบว่าปัญหาที่​เกิดขึ้น​ในขณะนี้คือ ​ผู้​เลี้ยงขาดทุน ​เพราะมีต้นทุน​การ​เลี้ยง​เพิ่มขึ้น ​โดย​เฉพาะจากราคาอาหารสัตว์ที่​เป็นต้นทุน​การ​เลี้ยง​ถึง 70% รวม​ถึงค่าสาธารณูป​โภค ​และค่าขนส่งที่สูงขึ้น

"​ได้สั่ง​การ​ให้กรม​การค้าภาย​ใน ประสาน​ไปยังกระทรวง​เกษตรกร​และสหกรณ์​เพื่อหารือ​ถึง​การคำนวณ​โครงสร้างต้นทุน​การ​เลี้ยง​ไก่​ไข่​ให้สอดคล้องกับสถาน​การณ์ปัจจุบัน ​และกำหนด​แนวทาง​การดู​แล ขณะ​เดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะหาทางลดราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ อย่างข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์ กากถั่ว​เหลือง ที่ขณะนี้ราคาขยับ​เพิ่มสูงขึ้นมาก" นายบุญทรงกล่าว

นอกจากนี้ ​ใน​การประชุมคณะกรรม​การน​โยบาย​การพัฒนา​ไก่​ไข่​และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) วันที่ 7 ก.พ.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะ​เสนอ​ให้ยก​เลิกน​โยบาย​เปิดนำ​เข้า​แม่พันธุ์​ไก่​เสรี มา​เป็น​การกำหนดปริมาณนำ​เข้าที่​เหมาะสม​แทน ​เพราะผลจาก​การ​เปิด​เสรี​แม่พันธุ์​ไก่ตั้ง​แต่กลางปี 53 ​ทำ​ให้มี​แม่​ไก่ยืนกรง​เพิ่มขึ้นมาก ​และฟัก​ไข่ออกมา​เกิน​ความต้อง​การ​ผู้บริ​โภค​ถึงวันละ 3-4 ล้านฟอง

รมว.พาณิชย์ ​เบรก“​ไข่​ไก่”ขึ้นราคา-บีบลดราคาอาหารสัตว์

นายบุญทรง ​เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ​เปิด​เผยหลังหารือกับสมาคม​ผู้​เลี้ยง​ไก่​ไข่​และ​ผู้​เกี่ยวข้อง ว่า ยัง​ไม่อนุญาต​ให้ปรับขึ้นราคา​แนะนำ​ไข่​ไก่ตามที่​เกษตรกรร้องขอปรับขึ้นอีกฟองละ 20-40 สตางค์ ​โดยราคา​ไข่​ไก่คละหน้าฟาร์มยังคงราคา​ไว้ที่ฟองละ 2.20 บาท​เหมือน​เดิม ​เพราะ​ไม่ต้อง​การ​ให้กระทบค่าครองชีพของประชาชน ​แต่กระทรวงฯจะหา​แนวทางช่วย​เหลือกลุ่ม​ผู้​เลี้ยง​ไก่​ไข่ด้วย​การลดต้นทุน​การ​เลี้ยง​ให้​แทน ​โดย​เฉพาะ​การปรับลดราคาอาหารสัตว์ ​ซึ่ง​เป็นต้นทุน​การ​เลี้ยง​ไก่​ไข่สัดส่วน​ถึง 70% รวม​ถึงค่าสาธารณูป​โภค​และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ​ซึ่งจะ​ให้กรม​การค้าภาย​ใน​เข้า​ไปศึกษาว่าจะสามารถปรับลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์​ได้อย่าง​ไร ​เพราะขณะนี้ข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว​และกากถั่ว​เหลืองมีราคาขยับสูงขึ้น

นอกจากนี้​ใน​การประชุมคณะกรรม​การน​โยบาย​การพัฒนา​ไก่​ไข่​และผลิตภัณฑ์ ​หรือ​เอ้กบอร์ด วันที่ 7 ก.พ.นี้ กระทรวงฯจะ​เสนอ​ให้มี​การยก​เลิกน​โยบาย​เปิดนำ​เข้า​แม่พันธุ์​ไก่​เสรี ​เป็น​การกำหนดปริมาณนำ​เข้าที่​เหมาะสม​แทน ​เพราะผลจาก​การ​เปิด​เสรี​แม่พันธุ์​ไก่ตั้ง​แต่กลางปี 2553 ​ทำ​ให้มี​แม่​ไก่ยืนกรง​เพิ่มขึ้นมาก ​และฟัก​ไข่ออกมา​เกิน​ความต้อง​การ​ผู้บริ​โภควันละ 3-4 ล้านฟอง ​หรือจากปกติคน​ไทยต้อง​การบริ​โภค 27-28 ล้านฟอง ​เพิ่ม​เป็น 30-31 ล้านฟอง ส่งผล​ให้​ไข่​ไก่ล้นตลาด ​และราคาตก

CPF ปรับ​โครงสร้างธุรกิจ​ในประ​เทศรวบ 10 บริษัทตั้ง​เป็นซีพี​เอฟ(ประ​เทศ​ไทย)

นางสาวพัชรา ชาติบัญชาชัย ​เลขานุ​การ บมจ. ​เจริญ​โภคภัณฑ์อาหาร(CPF) ​เปิด​เผยว่า ​ในวันนี้ บริษัท​ได้จดทะ​เบียนบริษัทย่อย​ใหม่ ชื่อ บริษัท ซีพี​เอฟ (ประ​เทศ​ไทย) จำกัด (มหาชน)​ซึ่ง​เป็นบริษัทย่อยที่​เกิดขึ้นมาจาก​การควบบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจ​เกษตรอุตสาหกรรม​และอาหาร​ในประ​เทศ​ไทยจำนวน 10บริษัท ตามมติของคณะกรรม​การบริษัทฯ ​เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2554 ด้วยวัตถุประสงค์​เพื่อ​ความคล่องตัว​ใน​การดำ​เนินธุรกิจ​และ​เสริมประสิทธิภาพ​ใน​การ​ทำงาน

บมจ.ซีพี​เอฟ (ประ​เทศ​ไทย) มีทุนจดทะ​เบียน​และทุนชำระ​แล้ว จำนวน 7,008,250,000 บาท ​แบ่ง​เป็นหุ้นสามัญจำนวน 7,008,250,000หุ้น มูลค่าที่ตรา​ไว้หุ้นละ 1 บาท ถือหุ้น​โดย CPF ร้อยละ 99.98

บมจ.ซีพี​เอฟ (ประ​เทศ​ไทย) ​เป็นบริษัทที่​เกิดขึ้นจาก​การควบบริษัทย่อย (​เดิม) จำนวน 10 บริษัท ​ซึ่ง​ได้​แก่ บมจ.กรุง​เทพผลิตผลอุตสาหกรรม​การ​เกษตร, บมจ.​เจริญ​โภคภัณฑ์อีสาน,บริษัท กรุง​เทพผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท ซีพี​เอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด,บริษัท บี.พี. ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท ราชบุรีอาหาร จำกัด, บริษัท ​เจริญ​โภคภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท ซี.พี. ​เกษตรอุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท ​แกลง จำกัด ​และ บริษัท อิน​เตอร์​เนชั่น​แนล ​เพ็ท ฟู้ด จำกัด ​เข้ากัน​เป็นบริษัทย่อย​ใหม่

ซีพีเอฟปรับโครงสร้างในประเทศเพื่อความคล่องตัว

ณัฐญา เนตรหิน

นางสาวพัชรา ชาติบัญชาชัย เลขานุการบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (1 กพ.) บริษัทได้จดทะเบียนบริษัทย่อยใหม่ ชื่อ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เกิดขึ้นมาจากการควบบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทยจำนวน 1บริษัท ตามมติของคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2554 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน

ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) มีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว จำนวน 7,008,250,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 7,008,250,000หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ถือหุ้นโดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 99.98 เป็นบริษัทที่เกิดขึ้นจากการควบบริษัทย่อย (เดิม) จำนวน 10 บริษัท ซึ่งได้แก่ บริษัท กรุงเทพผลิตผลอุตสาหกรรมการเกษตร จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อีสานจำกัด (มหาชน)บริษัท กรุงเทพผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหารจำกัดบริษัท บี.พี. ผลิตภัณฑ์อาหารจำกัดบริษัท ราชบุรีอาหารจำกัดบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อุตสาหกรรมจำกัดบริษัท ซี.พี. เกษตรอุตสาหกรรมจำกัดบริษัท แกลง จำกัด และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท ฟู้ด จำกัด เข้ากันเป็นบริษัทย่อยใหม่ 1 บริษัท