รายงานพิเศษ
ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีได้ถูกกำหนดให้เป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชากรทั่วโลกหันมาตระหนักถึงวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวด ล้อม และร่วมกันหาแนวทางในการดูแลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ซึ่งในปีนี้นักวิชาการไทยที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมต่างเห็นพ้องว่า มีวิกฤตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหลายเรื่องที่รีบแก้ไขแบบเร่งด่วน
ศ.ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพ ในประเทศไทย (Biodiversity Research and Training Program) หรือโครงการ BRT มองว่า ภาพรวมสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทยในขณะนี้ ถือว่าอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง ทั้งในเรื่อง ดิน น้ำ อากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งต้องยอมรับว่า การบริหารจัดการของเรายังไม่ดีพอ เมื่อเทียบกับประเทศที่ยังไม่มีทรัพยากรที่สมบูรณ์มากเท่าเรา
ในขณะที่ ศ.ดร.มรกต ตันติเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่เร่งด่วนขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของโลกร้อน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและมีผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต คือการเกษตรและอาหาร เนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เช่น ทำให้ฝนตกล่าช้า เกิดความแห้งแล้ง หรือฝนตกมากจนก่อให้เกิดน้ำท่วม พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้ อีกทั้งภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจก่อให้เกิดแมลงศัตรูพืชชนิดใหม่ๆ มากขึ้นด้วย
ซึ่งไม่ต่างจาก รศ.ดร.สมโภชน์ ศรีโกสามาตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่า และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. ที่บอกว่า สิ่งแวดล้อมในขณะนี้น่าเป็นห่วงทั้งระบบ
แต่หากกล่าวถึงในส่วนของสถานการณ์สัตว์ป่านั้นพบว่า มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์มากขึ้นเกือบทุกชนิด ยกตัวอย่างเช่น ชะนี ประเทศไทยมีชะนีอยู่ 4 ชนิด คือ ชะนีมือขาว ชะนีมงกุฎ ชะนีมือดำ และชะนีดำใหญ่ ซึ่งหากย้อนไปเมื่อราว 20-30 ปีก่อน มีเพียงชะนีมงกุฎเท่านั้นที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ แต่ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าชะนีมือขาว ที่เคยพบได้ทั่วไปเริ่มเข้าสู่ภาวะใกล้สูญพันธุ์แล้ว
หรือกรณีของช้าง
ทุกวันนี้มีภาพข่าวของช้างเยอะมาก ทั้งช้างที่ออกมาทำลายพืชไร่ พืชสวนของเกษตรกร ช้างที่เดินตามท้องถนน หรือข่าวช้างถูกฆ่าเยอะแยะไปหมด จึงอาจทำหลายคนให้เข้าใจว่าประชากรของช้างยังคงมีอยู่มาก ทั้งที่ความจริงแล้วประชากรช้างยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง อีกทั้งยังถูกคุกคามอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นแหล่งอาหาร ถิ่นที่อยู่อาศัย หรือมีการจับลูกช้างมาขายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (ศรภอ.) และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. เสริมว่า
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มองว่าเร่งด่วนขณะนี้ หนึ่งคือ กรณีมาบตาพุด เพราะเป็นต้นแบบของปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อีกในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และเป็นตัวอย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แสดงให้เห็นว่า เรายังไม่มีระบบการจัดการปัญหาที่จะทำให้รู้จริงๆ ว่าปัญหาคืออะไร และการที่จะนำความรู้จริงๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาจะทำได้อย่างไร
ในมุมของภาคประชาชน นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและภาวะโลก ร้อน พ.ศ.2553 พบว่า จากผลการสำรวจประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค พบว่าประชาชนถึงร้อยละ 70.4 ที่ระบุว่า ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน/หมู่บ้าน และบอกว่าไม่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มีเพียงร้อยละ 29.6
โดยประชาชนที่ประสบปัญหาได้ระบุถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 5 อันดับแรก ได้แก่ การเกิดภาวะภัยแล้ง ร้อยละ 72.6 รองลงมา การเกิดภาวะน้ำท่วม ร้อยละ 25.3 มลพิษทางอากาศ ร้อยละ 22.5 การทำลายป่าไม้ ร้อยละ 19.8 และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ร้อยละ 18.1
เมื่อสอบถามประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค พบว่า ปัญหาการเกิดภาวะภัยแล้ง เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้รัฐแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด ร้อยละ 59.8 รองลงมา เป็นปัญหามลพิษทางอากาศ ร้อยละ 8.8 ปัญหาการเกิดภาวะน้ำท่วม 8.7 เรื่องมลพิษจากขยะ ร้อยละ 5.4 และเรื่องการทำลายป่าไม้ ร้อยละ 4.3 ในส่วนของชาวกรุงเทพมหานครต้องการให้รัฐแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเร่ง ด่วนที่สุด ร้อยละ 21.9
ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 96.6 มีความรู้สึกว่าสภาพอากาศในปัจจุบันเปรียบเทียบสภาพอากาศในรอบปีที่ผ่านมามี การเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และมีเพียงร้อยละ 3.4 ที่ระบุว่าไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบัน